ใครเป็นนักวิ่งระยะไกลในไทยน่าจะคุ้นชื่อ Active Peak Energy Gel กันอยู่แล้ว ตัวที่เห็นในงานวิ่งทั่วประเทศตั้งแต่ฮาล์ฟไปจนถึงอัลตร้า ปีนี้แบรนด์แอคทีฟ พีค เจลให้พลังงานปรับสูตรใหม่ครั้งใหญ่ ทั้งคุณสมบัติการให้พลังงานและแพ็กเกจบรรจุภัณฑ์ปรับปรุงใหม่ทั้งหมด ได้เปิดตัวในวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2569 ราคายังคงเดิม 80 บาท/ซอง คำถามที่นักวิ่งหลายคนน่าจะถาม คือสูตรใหม่นี้แก้ปัญหาอะไรของสูตรเก่า แล้วเทียบกับเจลพลังงานอื่นๆในตลาดเป็นอย่างไรบ้าง

- สิ่งที่เจลพลังงาน Active Peak เปลี่ยนไปจากสูตรเก่า
- คาร์บ 31g ต่อซอง ทำไมตัวเลขนี้สำคัญสำหรับนักวิ่งระยะไกล
- Cluster Dextrin คืออะไร ทำไมแบรนด์ระดับโลกถึงใช้
- อัตราส่วน Dextrose : Fructose 1:0.8 ทำไมไม่ใช่ 2:1 แบบเจลรุ่นเก่า
- BCAA 1,400 mg เพิ่มจากเดิม 150 mg ช่วยอะไร
- Advanced Liquid Gel Matrix เนื้อเหลวกินง่ายตอนเหนื่อย
- 4 รสชาติเดิม Coffee ตัวเดียวที่มีคาเฟอีน
- เปรียบเทียบกับเจลพลังงานแบรนด์อื่นในตลาดไทย
- นักวิ่งกลุ่มไหนเหมาะกับสูตรใหม่นี้
- วิธีกินให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
- สรุป
- คำถามที่เจอบ่อย
สิ่งที่เจลพลังงาน Active Peak เปลี่ยนไปจากสูตรเก่า
ก่อนเข้ารายละเอียดลึกๆ ขอเทียบให้เห็นภาพรวมก่อนว่าสูตรใหม่ปรับอะไรบ้าง
| คุณสมบัติของเจลพลังงาน | Active Peak สูตรเก่า | Active Peak สูตรใหม่ |
|---|---|---|
| ปริมาณคาร์โบไฮเดรต | 28-29g ต่อซอง | 31g ต่อซอง |
| BCAA | 1,250 mg | 1,400 mg |
| อัตราส่วนคาร์บ | ไม่ระบุชัด | Dextrose : Fructose 1:0.8 |
| เนื้อเจล | เจลปกติ | Advanced Liquid Gel Matrix (เหลวกว่า) |
| ซองบรรจุ | ซองเก่ามีขอบข้าง หนา คม บาดเสื้อและผิว สัมผัสผิวลื่น | ซองใหม่ขอบมน ไม่บาด ฉีกง่ายกว่าเดิมมาก สัมผัสผิวด้าน |
| Cluster Dextrin จากญี่ปุ่น | มี | มี (ยังคงใช้) |
| Electrolyte (Sodium + Potassium) | มี | มี (ปรับสูตรร่วมกับ BCAA ใหม่) |
| รสชาติ | 4 รส (Mixed Fruit, Tropical Fruit, Lemon, Coffee) | 4 รส (Mixed Fruit, Tropical Fruit, Lemon, Coffee) |
| มาตรฐาน Hala | ไม่มี | มีมาตรฐาน Halal |
| ราคา | 80 บาท | 80 บาท |
การที่ราคายังเท่าเดิม แต่คาร์บเพิ่มจากเดิมที่หลายแบรนด์ในตลาดให้ 25-27g ขึ้นมาเป็น 31g พร้อมปรับสูตรใหม่ทั้งระบบ คือสิ่งที่นักวิ่งระดับ Sub2-Sub4 น่าจะสนใจเป็นพิเศษ
คาร์บ 31g ต่อซอง ทำไมตัวเลขนี้สำคัญสำหรับนักวิ่งระยะไกล
นักวิทยาศาสตร์การกีฬาแนะนำให้นักวิ่งระยะไกลกินคาร์บระหว่างวิ่ง 60-90 กรัมต่อชั่วโมง สำหรับงานที่ใช้เวลาเกิน 2 ชั่วโมงครึ่ง บางคนที่ฝึก gut training มาดี กินได้ถึง 120 กรัมต่อชั่วโมง

ลองคิดเลขดู ถ้ากิน Active Peak สูตรใหม่ 1 ซองทุก 30 นาที ระหว่างฮาล์ฟมาราธอน คุณจะได้คาร์บ 62 กรัมต่อชั่วโมง ตรงกับช่วงที่งานวิจัยชี้ว่าเป็นจุดที่ร่างกายดูดซึมได้เต็มประสิทธิภาพ ในขณะที่เจลทั่วไปขนาด 25g ต้องกิน 1 ซองทุก 25 นาที ซึ่งหลายคนรู้สึกถี่เกินไปจนคลื่นไส้
การเพิ่มคาร์บ 4-6 กรัมต่อซอง ฟังดูเป็นตัวเลขเล็ก แต่ในระยะ 42 กิโลเมตร ความต่างนี้แปลว่ากินซองน้อยลง ลำไส้ทำงานเบาลง ลดโอกาสปวดท้องช่วงท้ายของงาน ซึ่งเป็นปัญหาที่นักวิ่งฮาล์ฟและฟูลมาราธอนเจอกันบ่อยที่สุด
Cluster Dextrin คืออะไร ทำไมแบรนด์ระดับโลกถึงใช้
Cluster Dextrin หรือชื่อเต็มทางวิทยาศาสตร์ Highly Branched Cyclic Dextrin (HBCD) คือคาร์โบไฮเดรตที่พัฒนาโดยบริษัทกลีโก้ของญี่ปุ่น ผ่านการรับรองจาก US FDA ในระดับ GRAS (Generally Recognized As Safe) ตัวนี้คือคนละชั้นกับ Maltodextrin ทั่วไปที่เจล เจลพลังงานหลายแบรนด์ในตลาดใช้
จุดเด่นของ Cluster Dextrin ที่งานวิจัยยืนยัน
มีงานวิจัยตีพิมพ์ใน Journal of Exercise and Nutrition ที่ทบทวนผลของ HBCD ในนักกีฬา พบว่าตัวนี้ออกจากกระเพาะอาหารเร็วกว่า maltodextrin เพราะ “ค่า osmolality ต่ำ” หมายความว่ากระเพาะส่งต่อเข้าสู่ลำไส้เล็กได้เร็ว ไม่ค้างอยู่ในกระเพาะนาน นี่คือเหตุผลที่นักวิ่งหลายคนบ่นว่ากินเจลแบรนด์อื่นแล้วรู้สึกแน่นท้อง วิ่งไม่ออก แต่ Cluster Dextrin มักไม่มีปัญหานี้
งานวิจัยของ Shiraki และคณะในปี 2015 ทดสอบกับนักว่ายน้ำระดับสูง พบว่ากลุ่มที่ได้ HBCD วิ่ง interval ความเข้มสูงได้นานกว่ากลุ่มที่ได้กลูโคสปกติถึง 70% ส่วนงานของ Furuyashiki ในปี 2014 พบว่าคนกินก่อนออกกำลังกายรู้สึกว่า “เหนื่อยน้อยลง” จากค่า Rating of Perceived Exertion (RPE) ที่ต่ำกว่ากลุ่มควบคุม
พูดง่ายๆ คือ Cluster Dextrin ไม่ใช่แค่ให้พลังงาน แต่ให้พลังงานแบบที่ไม่ทำให้กระเพาะหนัก และไม่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งแล้วร่วง เหมือนเจลคาร์บเดี่ยวๆ ทั่วไป

อัตราส่วน Dextrose : Fructose 1:0.8 ทำไมไม่ใช่ 2:1 แบบเจลรุ่นเก่า
เรื่องนี้คือจุดที่นักวิ่งจริงจังควรอ่านให้จบ
เจลพลังงานยุคแรกๆ ใช้สูตร Glucose : Fructose ที่ 2:1 ตามคำแนะนำของ Asker Jeukendrup จากงานวิจัยปี 2008 ที่บอกว่ากลูโคสดูดซึมได้สูงสุด 60g/ชั่วโมง ฟรุกโตสได้สูงสุด 30g/ชั่วโมง รวมเป็น 90g
แต่งานวิจัยรุ่นใหม่ของ O’Brien และ Rowlands พบว่าอัตราส่วน 1:0.8 (กลูโคสมากกว่าฟรุกโตสเล็กน้อย) ดูดซึมได้ดีกว่า 2:1 อย่างชัดเจน เหตุผลคือเครื่องมือขนส่งคาร์บในลำไส้มี 2 ตัวที่แยกกัน คือ SGLT1 สำหรับกลูโคส และ GLUT5 สำหรับฟรุกโตส การให้ฟรุกโตสในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกลูโคสมากขึ้น จะใช้ทั้งสองช่องทางได้เต็มที่กว่า
งานวิจัยปี 2022 ที่ตีพิมพ์ใน NCBI ทดสอบกับนักปั่นจักรยาน 11 คน ที่ความเข้มสูง 95% ของ gas exchange threshold เป็นเวลา 3 ชั่วโมง พบว่ากลุ่มที่ได้คาร์บในอัตราส่วน 0.8:1 ดูดซึมและออกซิไดซ์คาร์บจากภายนอกได้สูงกว่ากลุ่มที่ได้ 1:2 อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับนักวิ่งที่ต้องการกินคาร์บเกิน 90 กรัมต่อชั่วโมงในงานยาวๆ อัตราส่วน 1:0.8 ของ Active Peak สูตรใหม่จะช่วยให้ใช้ประโยชน์จากคาร์บที่กินเข้าไปได้คุ้มกว่า ลดอาการ “กินไปแต่ไม่ได้พลังงาน” ที่นักวิ่งหลายคนเจอ
BCAA 1,400 mg เพิ่มจากเดิม 150 mg ช่วยอะไร
BCAA หรือ Branched-Chain Amino Acids ประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 ตัวคือ Leucine, Isoleucine, Valine ซึ่งกล้ามเนื้อโครงร่างใช้เป็นแหล่งพลังงานสำรองเมื่อไกลโคเจนหมด

ในการวิ่งระยะไกล โดยเฉพาะหลังกิโลเมตรที่ 25-30 ของฟูลมาราธอน ร่างกายเริ่มดึง BCAA จากกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงาน ผลคือกล้ามเนื้อสลายตัวระหว่างวิ่ง การได้รับ BCAA จากเจลให้พลังงานระหว่างทาง จึงช่วยลดการสลายตัวของกล้ามเนื้อโดยตรง และลดอาการเจ็บกล้ามเนื้อหลังงาน (DOMS) ที่นักวิ่งฟูลมาราธอนรู้จักกันดี
การเพิ่มจาก 1,250mg ในสูตรเก่า เป็น 1,400mg ในสูตรใหม่ คือการบวกเพิ่มประมาณ 12% ฟังดูไม่เยอะ แต่เมื่อรวมกับ Electrolyte ที่ปรับสูตรใหม่ จะช่วยลดโอกาสเกิดตะคริวในช่วงท้ายของงานได้ชัดเจนกว่าเดิม โดยเฉพาะกับนักวิ่งที่เสียเหงื่อมากในสภาพอากาศไทย
Advanced Liquid Gel Matrix เนื้อเหลวกินง่ายตอนเหนื่อย
ปัญหาคลาสสิคที่นักวิ่งทุกคนเจอ คือเจลข้นหนืดติดคอตอนวิ่งเร็ว หายใจหอบ กลืนยาก บางคนถึงขั้นต้องบ้วนน้ำตามทุกครั้ง

สูตรใหม่ของ Active Peak ใช้นวัตกรรมที่เรียกว่า Advanced Liquid Gel Matrix ทำให้เนื้อเจลเหลวกว่าสูตรเก่า กลืนได้คล่องขึ้นแม้ในจังหวะที่ปอดทำงานหนัก สำหรับนักวิ่งที่ลงงานยาว และต้องกินเจลทุก 30 นาที ความรู้สึก “ไม่ฝืนคอ” คือเรื่องที่สำคัญกว่าที่หลายคนคิด
นักวิ่งสายเทรลและอัลตร้าจะเข้าใจดี ว่าเจลที่กินยากในกิโลเมตรที่ 50 อาจกลายเป็นเจลที่กินไม่ลงในกิโลเมตรที่ 80 เนื้อเหลวจึงเป็นจุดที่ทำให้แตกต่างจริงในงานยาว
นวัตกรรมเนื้อเจลแบบ liquid matrix นี้ ปัจจุบันเป็นเทรนด์ที่ Energy Gel ระดับโลกหลายแบรนด์เริ่มทำตาม เพราะปัญหาเจลข้นหนืดเป็นปัญหาที่นักวิ่งทั่วโลกเจอเหมือนกัน ไม่ใช่แค่ไทย
4 รสชาติเดิม Coffee ตัวเดียวที่มีคาเฟอีน

ราคาเท่าเดิม รสชาติเท่าเดิม แต่กินง่ายขึ้นเยอะ แต่ขอแนะนำการเลือกใช้แต่ละรสให้เหมาะกับสถานการณ์
- Mixed Fruit รสชาติกลางๆ ไม่หวือหวา เหมาะเป็นรสหลักที่กินได้ตลอดงาน ไม่เลี่ยน
- Tropical Fruit หวานและเปรี้ยวเล็กน้อย ช่วยกระตุ้นต่อมรับรสในช่วงที่เริ่มเหนื่อยและไม่อยากกินอะไรหวานๆ ซ้ำๆ
- Lemon เปรี้ยวสดชื่น เหมาะสำหรับช่วงครึ่งหลังที่ปากแห้ง รสเปรี้ยวช่วยกระตุ้นน้ำลายให้กลืนต่อได้
- Coffee มีคาเฟอีน เก็บไว้ใช้ในกิโลเมตรที่ 30 ของฟูลมาราธอน หรือช่วงที่ต้องการ kick สุดท้าย คาเฟอีนจะออกฤทธิ์หลังกิน 30-45 นาที วางแผนเวลากินให้พอดีกับช่วงที่ต้องเร่ง
คนที่ไวต่อคาเฟอีน หรือมีปัญหาเรื่องกระเพาะ แนะนำให้ทดลองรส Coffee ในวันซ้อมก่อน อย่าทดลองครั้งแรกในวันแข่ง (เป็นคำแนะนำ) แล้วสำหรับคนที่สนใจเจลพลังงานสูตรใหม่โฉมใหม่ของ Active Peak หาซื้อได้ที่ไหน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม ในช่องทางตัวแทนจำหน่าย และ ร้านค้า Offcial Active Peak ทุกช่องทางได้ที่ https://www.otc-run.com/blog/active-peak-where-to-buy
เปรียบเทียบกับเจลพลังงานแบรนด์อื่นในตลาดไทย
ในเจลพลังงานนักวิ่งที่หาซื้อได้ในไทย ตลาดเจลแบ่งคร่าวๆ เป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มเจลนำเข้าระดับโลกที่เห็นนักวิ่งใช้กัน
เช่น GU, Maurten, SiS, Precision Fuel ราคา 100-180 บาทต่อซอง ขึ้นไป ใช้เทคโนโลยี hydrogel หรือสูตรเฉพาะของแต่ละแบรนด์ คาร์บ 22-40g ต่อซอง คุณภาพดี แต่ราคาสูงและบางตัวหาซื้อยากในไทย
กลุ่มเจลแบรนด์ทั่วไป
ราคา 50-100 บาทต่อซอง ส่วนใหญ่ใช้ Maltodextrin เป็นหลัก คาร์บ 20-25g ต่อซองเป็นพลังงานที่ใช้ได้ หาซื้อได้ค่อนข้างง่าย
Active Peak สูตรใหม่จัดอยู่ช่วงตรงกลาง
ราคา 80 บาท แต่ได้ Cluster Dextrin จากญี่ปุ่น สูตร 1:0.8 และ BCAA 1,400mg คุณสมบัติหลักเทียบเคียงเจลนำเข้าระดับ 120-150 บาท ในมุมความคุ้มค่าต่อบาท ตัวนี้คือทางเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับนักวิ่งระดับ Sub1-Sub4 ที่กินเจลเดือนละหลายซองในการฝึกซ้อมและหาซื้อได้ค่อนข้างง่าย
นักวิ่งกลุ่มไหนเหมาะกับสูตรใหม่นี้

นักวิ่งฮาล์ฟมาราธอนขึ้นไป
นี่คือกลุ่มหลักที่ Active Peak ออกแบบมาให้ คาร์บ 31g + Cluster Dextrin + BCAA เหมาะกับงานที่ใช้เวลา 1.5-4 ชั่วโมง ซึ่งร่างกายต้องการพลังงานต่อเนื่องและการป้องกันการสลายกล้ามเนื้อ
นักวิ่งเทรลและอัลตร้ามาราธอน
เนื้อเจลเหลวคือจุดขายสำหรับกลุ่มนี้ เพราะการกินเจลในกิโลเมตรที่ 60-100 ต้องการเจลที่กินง่าย ไม่ฝืดคอ ไม่ทำให้คลื่นไส้
นักวิ่งมือใหม่ที่กำลังจะลงระยะยาวครั้งแรก
ถ้าคุณกำลังจะลง 10K หรือฮาล์ฟครั้งแรก แนะนำให้ทดลองกินตอนซ้อมก่อนวันงานอย่างน้อย 2 ครั้ง เพื่อให้ลำไส้ปรับตัว (gut training) อย่ากินเจลครั้งแรกในวันแข่ง
นักวิ่งที่มีปัญหาเรื่องท้องระหว่างวิ่ง
ถ้าเคยกินเจลแบรนด์อื่นแล้วปวดท้อง คลื่นไส้ ลองสูตรที่ใช้ Cluster Dextrin ดู เพราะ HBCD ออกแบบมาให้ลด GI distress โดยเฉพาะ มีโอกาสที่ปัญหานี้จะหายไป
วิธีกินให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด
- กินก่อนเหนื่อย ไม่ใช่กินตอนเหนื่อยแล้ว เจลใช้เวลา 15-20 นาทีกว่าจะออกฤทธิ์ ถ้ารอจนหมดแรงค่อยกิน คือสายไปแล้ว วางแผนกินที่ 30-45 นาทีหลังออกตัว แล้วต่อทุก 30 นาที
- ดื่มน้ำตามทุกครั้ง เจลที่ไม่ตามด้วยน้ำเปล่า 100-150 มล. จะดูดซึมช้าลง และเสี่ยงปวดท้อง
- อย่าเปลี่ยนแบรนด์เจลในวันแข่ง ลำไส้ต้องการเวลาปรับตัวกับสูตรของแต่ละแบรนด์ ฝึกซ้อมกับเจลที่จะใช้แข่ง
- คาร์บเป้าหมาย 60g/ชั่วโมง สำหรับงาน 2 ชั่วโมงขึ้นไป Active Peak สูตรใหม่ 2 ซองต่อชั่วโมงพอดี
- Coffee เก็บไว้ใช้ตอนสำคัญ ไม่ควรกินทุกซอง คาเฟอีนสะสมเกินจะทำให้ใจสั่นและปวดท้อง
สรุป
Active Peak Energy Gel สูตรใหม่ที่เปิดตัว 9 พฤษภาคม 2569 ไม่ใช่แค่การ rebrand ของซองเก่า แต่เป็นการอัพเกรดสูตรจริงๆ ทั้ง 3 จุดสำคัญ คือเพิ่มคาร์บเป็น 31g ปรับ ratio Dextrose:Fructose เป็น 1:0.8 ตามงานวิจัยล่าสุด และเพิ่ม BCAA เป็น 1,400mg พร้อมเนื้อเจลที่เหลวกินง่ายขึ้น

ที่ราคา 80 บาท เทียบกับเจลที่ใช้สูตร Cluster Dextrin จากญี่ปุ่นในตลาดต่างประเทศที่ขายซองละ $4-$5 ดอลลาร์ (140-180 บาท) ตัวนี้ถือว่าจัดวางตำแหน่งราคาได้ดีสำหรับนักวิ่งจริงจังในไทย ที่ต้องการสารให้พลังงานคุณภาพระดับสากล แต่ไม่อยากจ่ายราคานำเข้า
ใครที่กำลังเตรียมตัวลงงานระยะ 21K, 42K หรือยาวกว่านั้นในไตรมาสที่เหลือของปี เจลนักวิ่งตัวนี้คุ้มที่จะลองหามาเทสในวันซ้อมก่อน เพื่อให้ลำไส้ปรับตัวกับสูตรใหม่ก่อนวันงานจริง
คำถามที่เจอบ่อย
Active Peak Energy Gel สูตรใหม่ต่างจากสูตรเก่าอย่างไร?
Active Peak Energy Gel สูตรใหม่เพิ่มคาร์โบไฮเดรตเป็น 31g ต่อซอง เพิ่ม BCAA เป็น 1,400mg ปรับอัตราส่วน Dextrose : Fructose เป็น 1:0.8 และใช้เนื้อเจลแบบ Advanced Liquid Gel Matrix ที่เหลวกว่าสูตรเดิม ทำให้กินง่ายขึ้นระหว่างวิ่งระยะไกล
Active Peak Energy Gel สูตรใหม่เหมาะกับนักวิ่งกลุ่มไหน?
Active Peak Energy Gel สูตรใหม่เหมาะกับนักวิ่งฮาล์ฟมาราธอน ฟูลมาราธอน เทรล อัลตร้ามาราธอน และนักวิ่งที่ต้องการเจลให้พลังงานที่กินง่ายระหว่างงานยาว โดยเฉพาะคนที่ต้องการคาร์บต่อเนื่องและไม่อยากกินเจลถี่เกินไป
ควรกิน Active Peak Energy Gel ตอนไหนระหว่างวิ่ง?
ควรกินก่อนที่ร่างกายจะหมดแรง โดยเริ่มประมาณ 30–45 นาทีหลังออกตัว แล้วกินต่อทุก 30 นาทีตามระยะและความหนักของงาน เพราะเจลต้องใช้เวลาประมาณ 15–20 นาทีในการเริ่มให้พลังงาน
Active Peak Energy Gel ต้องดื่มน้ำตามไหม?
ควรดื่มน้ำเปล่าตามทุกครั้งประมาณ 100–150 มล. เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมเจลได้ดีขึ้น และลดโอกาสแน่นท้องหรือปวดท้องระหว่างวิ่ง
คาร์บ 31g ต่อซองสำคัญอย่างไรสำหรับนักวิ่งระยะไกล?
คาร์บ 31g ต่อซองช่วยให้นักวิ่งได้รับพลังงานต่อชั่วโมงได้ง่ายขึ้น เช่น กิน 1 ซองทุก 30 นาที จะได้คาร์บประมาณ 62g ต่อชั่วโมง ซึ่งอยู่ในช่วงที่เหมาะกับงานวิ่งระยะไกลหลายประเภท
Cluster Dextrin ใน Active Peak Energy Gel คืออะไร?
Cluster Dextrin หรือ Highly Branched Cyclic Dextrin เป็นคาร์โบไฮเดรตที่ออกแบบมาให้ผ่านกระเพาะได้เร็วกว่า Maltodextrin ทั่วไป ช่วยให้กินระหว่างวิ่งได้สบายขึ้น และลดความรู้สึกหนักท้องในนักวิ่งบางคน
Dextrose : Fructose 1:0.8 ดีอย่างไร?
อัตราส่วน Dextrose : Fructose 1:0.8 ช่วยให้ร่างกายใช้ช่องทางดูดซึมคาร์บได้มากกว่าการใช้คาร์บชนิดเดียว เหมาะกับนักวิ่งที่ต้องการพลังงานต่อเนื่องในงานยาว โดยเฉพาะช่วงที่ต้องกินคาร์บมากกว่า 60g ต่อชั่วโมง
BCAA 1,400mg ในเจลพลังงานช่วยอะไร?
BCAA 1,400mg ช่วยเสริมกรดอะมิโนที่เกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อระหว่างการออกกำลังกายระยะยาว เหมาะกับนักวิ่งที่ต้องใช้แรงต่อเนื่องหลายชั่วโมง เช่น ฮาล์ฟมาราธอน ฟูลมาราธอน เทรล และอัลตร้ามาราธอน
รส Coffee ของ Active Peak Energy Gel ควรกินตอนไหน?
รส Coffee เป็นรสที่มีคาเฟอีน เหมาะกับช่วงที่ต้องการแรงกระตุ้น เช่น ช่วงท้ายของฟูลมาราธอน หรือช่วงที่ต้องการเร่งเพซ โดยควรทดลองในวันซ้อมก่อน เพราะบางคนอาจไวต่อคาเฟอีนหรือมีอาการปวดท้องได้
ควรทดลองกิน Active Peak Energy Gel ก่อนวันแข่งไหม?
ควรทดลองกินในวันซ้อมก่อนวันแข่งเสมอ โดยเฉพาะคนที่ไม่เคยใช้เจลแบรนด์นี้มาก่อน เพราะลำไส้ต้องใช้เวลาปรับตัวกับสูตรเจล รสชาติ ปริมาณคาร์บ และคาเฟอีนในบางรส





