ตารางซ้อมวิ่ง 5K (4 สัปดาห์) สำหรับผู้เริ่มต้น
โปรแกรมฝึกซ้อมวิ่งระยะ 5km - Fun Run สำหรับกลุ่มนักวิ่งมือใหม่ ไม่เคยวิ่งมาก่อน (ระยะเวลาการซ้อมโดยประมาณ 4 สัปดาห์ - 1 เดือน)
โปรแกรม 5K นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยวิ่งมาก่อนเลย หรือเริ่มต้นใหม่แบบศูนย์จริงๆ โดยใช้การเดินสลับวิ่งเป็นหลัก เพื่อให้หัวใจ กล้ามเนื้อ และเอ็นค่อยๆ ปรับตัวโดยไม่ต้องเร่งผลลัพธ์ ช่วงแรกเราคุมเวลาซ้อมไว้ราว 20–30 นาที เพื่อให้ร่างกายฟื้นทัน และยังมีวันเดิน 50 นาทีในวันพักเพื่อช่วยการไหลเวียนเลือด ลดอาการตึง และทำให้ความสม่ำเสมอเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง ถ้าวันไหนรู้สึกไม่พร้อม เป้าหมายไม่ใช่ฝืนให้ครบ แต่คือจบการซ้อมด้วยความรู้สึกว่า “พอแล้วกำลังดี” และวันถัดไปยังอยากขยับต่อ
สัปดาห์ที่ 1
วันจันทร์ : เดินสลับวิ่งเบา
เป้าหมาย ให้ร่างกายคุ้นกับการเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่ง และจบแบบไม่ล้า
Warm-up
- เดินช้า 5 นาที ให้รู้สึกตัวเบาขึ้นก่อนเริ่ม
- หมุนข้อเท้า งอเข่า ขยับสะโพกเบา ๆ เพื่อให้ข้อต่อพร้อมรับแรงกระแทก
Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 30 วินาที รวม 20 นาที
วิ่งช่วงสั้น ๆ ให้เร็วกว่าการเดินแบบรู้สึกได้ แต่ยังไม่ถึงขั้นหอบ เป้าหมายคือฝึกให้ร่างกาย “ยอมรับการวิ่ง” โดยไม่กดดันความเร็ว ถ้าคุมจังหวะได้ดีจะรู้สึกเหมือนกำลังออกแรงนิด ๆ แต่ยังสบายและไม่ตึงน่องจนกังวล ระหว่างช่วงวิ่งให้คิดว่าก้าวสั้นลงเล็กน้อย ตัวตั้งตรง และปล่อยไหล่ให้สบาย การซ้อมวันนี้ควรจบแบบยังมีแรงเหลือ ไม่ใช่หมดแรง
- ความรู้สึก: สบาย ๆ เหนื่อยเล็กน้อย แต่ยังควบคุมได้
- การหายใจ: หายใจแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังพูดเป็นคำสั้นๆ ได้
- จังหวะพูด: พูดได้เป็นวลีสั้นๆ เช่น “โอเคอยู่” โดยไม่ต้องหยุดหายใจ
- HR โดยประมาณ (ถ้ามีนาฬิกา): ช่วงวิ่งอาจขึ้นได้ แต่ไม่ควรรู้สึกเหมือนใจเต้นรัวจนคุมไม่ได้
Cool-down
- เดินช้า 5 นาที ให้ลมหายใจกลับมาสบาย
- ถ้าตึงน่องให้ยืดเบา ๆ แบบไม่ฝืน
วันอังคาร : เดินฟื้นฟู
เป้าหมาย ฟื้นฟูโดยยังขยับร่างกายให้เลือดไหลเวียนดี ลดตึง ลดเมื่อย
Warm-up
- เดินช้า 5 นาที
Main set : เดิน 50 นาที
เดินในจังหวะที่คุยได้ตลอด เหมือนพาเพื่อนเดินเล่น ไม่ต้องเดินเร็วให้เหนื่อย จุดสำคัญคือความต่อเนื่องและความผ่อนคลาย ถ้าเดินแล้วเริ่มตึงน่องหรือหน้าแข้ง ให้ลดความเร็วและก้าวสั้นลง ช่วงท้ายควรรู้สึกว่าได้ขยับตัวแล้วโล่ง ไม่ใช่ล้า
- ความรู้สึก: สบายมาก ไม่เหนื่อย
- การหายใจ: ปกติ พูดคุยได้ยาวๆ
วันพุธ : Speed Work สำหรับมือใหม่ (เดิน 30 วิ / วิ่ง 30 วิ)
เป้าหมาย ฝึกเปลี่ยนจังหวะให้ร่างกายเริ่มรับรู้ “เร็วขึ้นเล็กน้อย” แบบปลอดภัย
Warm-up
- เดิน 8 นาที ให้ตัวอุ่นและข้อเท้าสะโพกคลาย
- ถ้ารู้สึกขาแข็ง ให้เพิ่มเดินเร็วอีก 2 นาทีแบบไม่ฝืน
Main set : เดิน 30 วินาที / วิ่ง 30 วินาที รวม 20 นาที
ช่วงวิ่งให้เร็วกว่าเดินแบบรู้สึกได้ แต่ไม่ใช่วิ่งสุดแรง หลักง่าย ๆ คือ “วิ่งแล้วรู้สึกตื่นตัวขึ้น” แต่ยังพอคุมลมหายใจอยู่ ถ้ารอบไหนเริ่มหอบจนพูดไม่ได้ ให้ลดความเร็วของช่วงวิ่ง หรือเปลี่ยนเป็น “เดิน 45 วินาที / วิ่ง 15 วินาที” แทนเพื่อให้ยังอยู่ในกรอบปลอดภัย จบการซ้อมวันนี้ควรรู้สึกเหมือนออกแรงพอดี ไม่ใช่เหมือนโดนซ้อม
- ความรู้สึก: เหนื่อยปานกลาง แต่ยังไม่พัง
- การหายใจ: พูดเป็นคำสั้นๆ ได้ แต่ไม่อยากพูดยาว
- จังหวะพูด: พูดได้ 2–3 คำ แล้วต้องหายใจต่อ
Cool-down
- เดินช้า 5 นาที
วันพฤหัสบดี : เดินฟื้นฟูหรือพัก
เป้าหมาย ให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวทัน และลดความเสี่ยงตึงน่องหรือหน้าแข้ง
Main set : เดินสบาย 30–50 นาที
เลือกตามความพร้อม ถ้ารู้สึกสด เดิน 50 นาทีได้ แต่ถ้าขาหนักหรือเมื่อย ให้เดิน 30 นาทีพอ และถือว่าเพียงพอ การเดินวันนี้ควรจบแบบรู้สึกเบาขึ้น ไม่ใช่ล้าเพิ่ม
- ความรู้สึก: เบามาก
- การหายใจ: ปกติ
วันศุกร์ : เดินสลับวิ่งเบา (ทบทวนพื้นฐาน)
เป้าหมาย ตอกย้ำการวิ่งแบบไม่ล้า และให้ร่างกายเริ่มเชื่อว่าการวิ่งไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
Warm-up
- เดินช้า 5 นาที
Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 30 วินาที รวม 20–25 นาที
วันนี้ให้โฟกัสที่ “ความนุ่ม” ของการลงเท้าและความผ่อนคลายของไหล่ ช่วงวิ่งไม่ต้องเร็วขึ้นจากวันจันทร์ก็ได้ ถ้าสัปดาห์นี้รู้สึกว่าหนัก ให้ลดเหลือรวม 20 นาที จบแล้วควรรู้สึกว่าไหว และวันพรุ่งนี้ยังเดินได้สบาย
- ความรู้สึก: สบาย เหนื่อยนิดเดียว
- การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้น ๆ ได้ต่อเนื่อง
Cool-down
- เดินช้า 5 นาที
วันเสาร์ : เดินฟื้นฟู
เป้าหมาย ฟื้นฟูต่อเนื่อง ลดตึง ลดเมื่อย และสร้างความสม่ำเสมอ
Main set : เดิน 50 นาที
เดินแบบสบาย ไม่ต้องสนใจระยะทาง ให้โฟกัสที่ความต่อเนื่อง ถ้ารู้สึกตึงน่องหรือหน้าแข้ง ให้เดินช้าลง ก้าวสั้นลง และถือเป็นการปรับที่ถูกต้อง
- ความรู้สึก: สบายมาก
- การหายใจ: ปกติ
วันอาทิตย์ : พัก
เป้าหมาย พักจริงๆ เพื่อให้ร่างกายดูดซับการซ้อมและฟื้นตัว
Note ประจำสัปดาห์
ถ้าหลังวิ่งแล้วตึงน่องมาก หรือรู้สึกเจ็บแบบแปลกๆ ให้ลดเวลาวิ่งลงในสัปดาห์ถัดไป และเพิ่มการเดินแทน ความรู้สึกที่ดีของสัปดาห์แรกคือ “เริ่มได้แล้ว” ไม่ใช่ “เกือบไม่รอด”
สัปดาห์ที่ 2
วันจันทร์ : เดินสลับวิ่ง
เป้าหมาย เพิ่มเวลาวิ่งเล็กน้อยโดยไม่เพิ่มความหอบ
Warm-up
- เดินช้า 5 นาที
Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 45 วินาที รวม 25 นาที
เพิ่มเวลาวิ่งขึ้นเล็กน้อย แต่ความเร็วไม่ต้องเพิ่ม เป้าหมายคือให้ร่างกายอยู่กับการวิ่งได้นานขึ้นแบบไม่เครียด ถ้าพอวิ่ง 45 วินาทีแล้วเริ่มหอบ ให้กลับไปใช้วิ่ง 30 วินาทีเหมือนสัปดาห์แรกได้เลย จบแล้วควรรู้สึกเหมือนออกแรงพอดี ไม่ใช่หมดแรง
- ความรู้สึก: เหนื่อยเล็กน้อย
- การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้นๆ
Cool-down
- เดินช้า 5 นาที
วันอังคาร : เดินฟื้นฟู
เป้าหมาย ฟื้นฟูและลดตึง
Main set : เดิน 50 นาที
เดินคุยได้สบาย ๆ และให้สังเกตว่ากล้ามเนื้อเริ่มชินหรือยัง ถ้าเริ่มตึงเพิ่ม ให้เดินช้าลงและจบให้รู้สึกดี
วันพุธ : Speed Work สำหรับมือใหม่ (เดิน 30 วิ / วิ่ง 45 วิ)
เป้าหมาย เพิ่มช่วงวิ่งให้ยาวขึ้น แต่ยังคุมความเหนื่อยได้
Warm-up
- เดิน 8–10 นาที
Main set : เดิน 30 วินาที / วิ่ง 45 วินาที รวม 25 นาที
ช่วงวิ่งให้รู้สึกเร็วกว่าการเดินชัดเจน แต่ยังไม่ใช่วิ่งสุดแรง ถ้ารอบไหนเริ่มหอบ ให้ลดความเร็ว หรือปรับเป็นเดิน 45 วินาที / วิ่ง 30 วินาทีแทน การซ้อมวันนี้ควรจบแบบยังอยากทำต่อ ไม่ใช่กลัววันถัดไป
- ความรู้สึก: เหนื่อยปานกลาง
- การหายใจ: พูดได้สั้น ๆ แต่ไม่อยากพูดยาว
Cool-down
- เดินช้า 5 นาที
วันพฤหัสบดี : เดินฟื้นฟูหรือพัก
เป้าหมาย ให้ร่างกายฟื้นทันก่อนวันซ้อมถัดไป
Main set : เดิน 30–50 นาที
ถ้ารู้สึกขาหนัก ให้เลือกเดิน 30 นาทีพอ แล้วพักให้เต็มที่ การพักวันนี้ช่วยให้พรุ่งนี้ทำได้ง่ายขึ้น
วันศุกร์ : เดินสลับวิ่ง
เป้าหมาย รักษาความสม่ำเสมอและความสบาย
Warm-up
- เดินช้า 5 นาที
Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 45 วินาที รวม 25 นาที
โฟกัสความสบายเหมือนวันจันทร์ ไม่ต้องเพิ่มความเร็ว จบการซ้อมแล้วควรรู้สึกว่า “พอดี” และวันพรุ่งนี้เดิน 50 นาทีได้สบาย
- ความรู้สึก: เหนื่อยนิดเดียว
- การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้นๆ
Cool-down
- เดินช้า 5 นาที
วันเสาร์ : เดินฟื้นฟู
เป้าหมาย ฟื้นฟูต่อเนื่องและลดอาการตึง
Main set : เดิน 50 นาที
วันอาทิตย์ : พัก
Note ประจำสัปดาห์
สัปดาห์นี้เพิ่มเวลาวิ่งขึ้นเล็กน้อย แต่ยังต้องจบแบบสบาย ถ้าเริ่มมีอาการตึงหน้าแข้งหรือน่อง ให้ลดช่วงวิ่งลงและเพิ่มการเดินแทน การปรับให้พอดีสำคัญกว่าทำให้ครบตามตัวเลข
สัปดาห์ที่ 3
วันจันทร์ : เดินสลับวิ่ง
เป้าหมาย ให้ร่างกายอยู่กับการวิ่งได้นานขึ้นโดยไม่หอบ
Warm-up
- เดินช้า 5 นาที
Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 1 นาที รวม 25–30 นาที
เริ่มแตะการวิ่ง 1 นาทีแบบสบาย ความเร็วไม่ต้องเพิ่ม ให้คิดว่ากำลังวิ่งแบบประหยัดแรง ระหว่างวิ่งควรยังคุมลมหายใจได้ ถ้ารู้สึกว่าพอครบ 1 นาทีแล้วหอบ ให้ลดเหลือวิ่ง 45 วินาทีเหมือนสัปดาห์ก่อน การซ้อมวันนี้ควรจบแบบยังอยากทำต่อ
- ความรู้สึก: เหนื่อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
- การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้นๆ
Cool-down
- เดินช้า 5 นาที
วันอังคาร : เดินฟื้นฟู
เป้าหมาย ฟื้นฟูและรักษาความสม่ำเสมอ
Main set : เดิน 50 นาที
วันพุธ : Speed Work (เดิน 30 วิ / วิ่ง 1 นาที)
เป้าหมาย ให้ร่างกายชินกับช่วงวิ่งที่ยาวขึ้น โดยยังคุมความเหนื่อย
Warm-up
- เดิน 10 นาที
Main set : เดิน 30 วินาที / วิ่ง 1 นาที รวม 25 นาที
ช่วงวิ่งให้รู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้น แต่ไม่ใช่วิ่งสุดแรง หากเริ่มหอบ ให้ลดความเร็วทันทีและยอมให้ช่วงเดินช่วยคุมการฟื้นตัว จบวันนี้ควรเหนื่อยได้ แต่ไม่ควรล้าจนไม่อยากขยับวันพรุ่งนี้
- ความรู้สึก: เหนื่อยปานกลาง
- การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้นๆ แต่ไม่อยากพูดยาว
Cool-down
- เดินช้า 5 นาที
วันพฤหัสบดี : เดินฟื้นฟูหรือพัก
เป้าหมาย ให้ขาเบาขึ้นก่อนวันซ้อมถัดไป
Main set : เดิน 30–50 นาที
วันศุกร์ : เดินสลับวิ่ง
เป้าหมาย ทำให้ร่างกายจำจังหวะวิ่ง 1 นาทีแบบสบาย
Warm-up
- เดินช้า 5 นาที
Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 1 นาที รวม 25–30 นาที
วิ่งแบบประหยัดแรง เน้นความผ่อนคลาย ถ้าวันนี้รู้สึกขาหนัก ให้ลดเวลารวมลงและจบแบบรู้สึกดี การซ้อมวันนี้ควรจบแบบไม่ล้า
- ความรู้สึก: เหนื่อยเล็กน้อย
- การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้นๆ
Cool-down
- เดินช้า 5 นาที
วันเสาร์ : เดินฟื้นฟู
เป้าหมาย ให้ร่างกายฟื้นตัวและลดตึง
Main set : เดิน 50 นาที
วันอาทิตย์ : พัก
Note ประจำสัปดาห์
สัปดาห์นี้เริ่มต่อความยาวช่วงวิ่งมากขึ้น ถ้ารู้สึกตึงน่องหรือหน้าแข้ง ให้ลดความยาวช่วงวิ่งลงและคุมความเร็วให้สบายที่สุด เป้าหมายคือจบแบบร่างกายยังสด ไม่ใช่สะสมความล้า
สัปดาห์ที่ 4
วันจันทร์ : เดินสลับวิ่ง
เป้าหมาย เริ่มแตะช่วงวิ่งยาวขึ้น เพื่อเตรียมไปสู่การวิ่งต่อเนื่อง
Warm-up
- เดินช้า 5 นาที
Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 2 นาที รวม 30 นาที
ช่วงวิ่ง 2 นาทีให้ช้าลงได้เลย เป้าหมายไม่ใช่วิ่งเร็ว แต่คือวิ่งได้นานขึ้นโดยไม่หอบ ถ้าระหว่างวิ่งเริ่มรู้สึกกดดันให้ “ลดความเร็วทันที” และใช้ช่วงเดินช่วยคุมการฟื้นตัว จบวันนี้ควรรู้สึกว่าเหนื่อยได้ แต่ยังอยู่ในระดับที่พรุ่งนี้เดิน 50 นาทีได้สบาย
- ความรู้สึก: เหนื่อยเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ยังควบคุมได้
- การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้น ๆ แต่ไม่อยากพูดยาว
Cool-down
- เดินช้า 5 นาที
วันอังคาร : เดินฟื้นฟู
เป้าหมาย ฟื้นฟูและลดตึงหลังเพิ่มช่วงวิ่ง
Main set : เดิน 50 นาที
วันพุธ : Speed Work (เดิน 30 วิ / วิ่ง 2 นาที)
เป้าหมาย ฝึกให้ช่วงวิ่งยาวขึ้นโดยยังคุมความเหนื่อย
Warm-up
- เดิน 10 นาที
Main set : เดิน 30 วินาที / วิ่ง 2 นาที รวม 25–30 นาที
ช่วงวิ่งให้เร็วกว่าเดิน แต่ไม่ใช่วิ่งสุดแรง ถ้ารู้สึกหอบ ให้ลดความเร็วและยอมให้ช่วงเดินช่วยคุมการฟื้นตัว การซ้อมวันนี้ควรจบแบบยังมีแรงเหลือ ไม่ใช่หมดแรง
- ความรู้สึก: เหนื่อยปานกลาง
- การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้น ๆ แต่ต้องหายใจถี่ขึ้น
Cool-down
- เดินช้า 5 นาที
วันพฤหัสบดี : เดินฟื้นฟูหรือพัก
เป้าหมาย ลดความล้าและให้ขาเบา
Main set : เดิน 30–50 นาที
ถ้าตึงมากให้เดิน 30 นาทีพอ และถือว่าดีแล้ว การพักวันนี้ช่วยให้วันศุกร์ทำได้ง่ายขึ้น
วันศุกร์ : เดินสลับวิ่ง
เป้าหมาย ทำให้ช่วงวิ่ง 2 นาทีรู้สึกสบายขึ้น
Warm-up
- เดินช้า 5 นาที
Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 2 นาที รวม 30 นาที
รักษาความสบายเป็นหลัก ถ้าวันนี้รู้สึกขาหนัก ให้ลดรอบลงและจบแบบรู้สึกดี การซ้อมวันนี้ควรทำให้มั่นใจมากขึ้น ไม่ใช่ทำให้เครียด
- ความรู้สึก: เหนื่อยนิดเดียวถึงปานกลาง
- การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้นๆ
Cool-down
- เดินช้า 5 นาที
วันเสาร์ : เดินฟื้นฟู
เป้าหมาย ฟื้นฟูและทำให้ร่างกายดูดซับการซ้อม
Main set : เดิน 50 นาที
วันอาทิตย์ : พัก
Note ประจำสัปดาห์
สัปดาห์นี้แตะช่วงวิ่ง 2 นาทีแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญ ถ้าทำได้แบบสบาย แปลว่าพื้นฐานเริ่มมา แต่ถ้ารู้สึกตึงหรือเจ็บ ให้ถอยกลับไปใช้ช่วงวิ่ง 1 นาทีได้ทันที เป้าหมายคือจบ 4 สัปดาห์แบบร่างกายยังดี และพร้อมต่อยอด ไม่ใช่ฝืนจนต้องหยุด
นักวิ่งจะได้อะไรจากโปรแกรมนี้
โปรแกรมฝึกวิ่ง 5 กิโลเมตร นี้หลังจบ 4 สัปดาห์ ร่างกายจะเริ่มคุ้นกับการวิ่งโดยไม่กลัวการหอบเกินหรือเจ็บเกิน ระบบหัวใจและการหายใจเริ่มทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น กล้ามเนื้อขา น่อง และเอ็นได้ปรับตัวกับแรงกระแทกทีละน้อย ที่สำคัญคือได้สร้างความสม่ำเสมอแบบที่ทำต่อได้จริง และพร้อมต่อยอดไปสู่โปรแกรมที่ยาวขึ้นหรือเพิ่มการวิ่งต่อเนื่องในอนาคต
ถ้าระหว่างการฝึกซ้อมมีวันขาด หรือจำเป็นต้องหยุด ควรทำอย่างไร
โปรแกรมซ้อมวิ่ง 5k นี้ไม่ได้ออกแบบมาให้ “ต้องทำครบทุกวันแบบสมบูรณ์แบบ” แต่ออกแบบให้ปรับตัวได้ตามชีวิตจริง การขาดซ้อมบางวันไม่ใช่ความล้มเหลว สิ่งสำคัญคือการกลับมาอย่างเหมาะสม
ถ้าขาดซ้อม 1 วัน ควรทำอย่างไร
ถ้าขาดวันซ้อมหนัก ควรทำอย่างไร
ถ้าหยุด 3–4 วัน ควรกลับมาอย่างไร
ถ้าป่วยหรือหยุด 7 วัน ควรปรับอย่างไร
หลักคิดสำคัญในการปรับโปรแกรมให้ยืดหยุ่น
ให้ความรู้สึกของร่างกายเป็นตัวนำ ถ้ารู้สึกล้า ให้ลดช่วงวิ่งลงหรือเพิ่มการเดินแทน การเดินถือเป็นการซ้อมและช่วยฟื้นตัวได้จริง ทุกครั้งควรจบด้วยความรู้สึกว่าคุมได้ ไม่ใช่หมดแรง หากมีอาการเจ็บแบบแปลกๆ ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ให้พักและลดความหนักทันที ความสม่ำเสมอที่ปลอดภัยจะพาไปไกลกว่าความพยายามแบบฝืนในระยะสั้น





