ตารางซ้อมวิ่ง 5K (4 สัปดาห์) สำหรับผู้เริ่มต้น

โปรแกรมฝึกซ้อมวิ่งระยะ 5km - Fun Run สำหรับกลุ่มนักวิ่งมือใหม่ ไม่เคยวิ่งมาก่อน (ระยะเวลาการซ้อมโดยประมาณ 4 สัปดาห์ - 1 เดือน)

โปรแกรม 5K นี้เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่เคยวิ่งมาก่อนเลย หรือเริ่มต้นใหม่แบบศูนย์จริงๆ โดยใช้การเดินสลับวิ่งเป็นหลัก เพื่อให้หัวใจ กล้ามเนื้อ และเอ็นค่อยๆ ปรับตัวโดยไม่ต้องเร่งผลลัพธ์ ช่วงแรกเราคุมเวลาซ้อมไว้ราว 20–30 นาที เพื่อให้ร่างกายฟื้นทัน และยังมีวันเดิน 50 นาทีในวันพักเพื่อช่วยการไหลเวียนเลือด ลดอาการตึง และทำให้ความสม่ำเสมอเกิดขึ้นได้ในชีวิตจริง ถ้าวันไหนรู้สึกไม่พร้อม เป้าหมายไม่ใช่ฝืนให้ครบ แต่คือจบการซ้อมด้วยความรู้สึกว่า “พอแล้วกำลังดี” และวันถัดไปยังอยากขยับต่อ

วันจันทร์ : เดินสลับวิ่งเบา

เป้าหมาย ให้ร่างกายคุ้นกับการเปลี่ยนจากเดินเป็นวิ่ง และจบแบบไม่ล้า

Warm-up

  • เดินช้า 5 นาที ให้รู้สึกตัวเบาขึ้นก่อนเริ่ม
  • หมุนข้อเท้า งอเข่า ขยับสะโพกเบา ๆ เพื่อให้ข้อต่อพร้อมรับแรงกระแทก

Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 30 วินาที รวม 20 นาที

วิ่งช่วงสั้น ๆ ให้เร็วกว่าการเดินแบบรู้สึกได้ แต่ยังไม่ถึงขั้นหอบ เป้าหมายคือฝึกให้ร่างกาย “ยอมรับการวิ่ง” โดยไม่กดดันความเร็ว ถ้าคุมจังหวะได้ดีจะรู้สึกเหมือนกำลังออกแรงนิด ๆ แต่ยังสบายและไม่ตึงน่องจนกังวล ระหว่างช่วงวิ่งให้คิดว่าก้าวสั้นลงเล็กน้อย ตัวตั้งตรง และปล่อยไหล่ให้สบาย การซ้อมวันนี้ควรจบแบบยังมีแรงเหลือ ไม่ใช่หมดแรง

  • ความรู้สึก: สบาย ๆ เหนื่อยเล็กน้อย แต่ยังควบคุมได้
  • การหายใจ: หายใจแรงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังพูดเป็นคำสั้นๆ ได้
  • จังหวะพูด: พูดได้เป็นวลีสั้นๆ เช่น “โอเคอยู่” โดยไม่ต้องหยุดหายใจ
  • HR โดยประมาณ (ถ้ามีนาฬิกา): ช่วงวิ่งอาจขึ้นได้ แต่ไม่ควรรู้สึกเหมือนใจเต้นรัวจนคุมไม่ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที ให้ลมหายใจกลับมาสบาย
  • ถ้าตึงน่องให้ยืดเบา ๆ แบบไม่ฝืน

วันอังคาร : เดินฟื้นฟู

เป้าหมาย ฟื้นฟูโดยยังขยับร่างกายให้เลือดไหลเวียนดี ลดตึง ลดเมื่อย

Warm-up

  • เดินช้า 5 นาที

Main set : เดิน 50 นาที

เดินในจังหวะที่คุยได้ตลอด เหมือนพาเพื่อนเดินเล่น ไม่ต้องเดินเร็วให้เหนื่อย จุดสำคัญคือความต่อเนื่องและความผ่อนคลาย ถ้าเดินแล้วเริ่มตึงน่องหรือหน้าแข้ง ให้ลดความเร็วและก้าวสั้นลง ช่วงท้ายควรรู้สึกว่าได้ขยับตัวแล้วโล่ง ไม่ใช่ล้า

  • ความรู้สึก: สบายมาก ไม่เหนื่อย
  • การหายใจ: ปกติ พูดคุยได้ยาวๆ

วันพุธ : Speed Work สำหรับมือใหม่ (เดิน 30 วิ / วิ่ง 30 วิ)

เป้าหมาย ฝึกเปลี่ยนจังหวะให้ร่างกายเริ่มรับรู้ “เร็วขึ้นเล็กน้อย” แบบปลอดภัย

Warm-up

  • เดิน 8 นาที ให้ตัวอุ่นและข้อเท้าสะโพกคลาย
  • ถ้ารู้สึกขาแข็ง ให้เพิ่มเดินเร็วอีก 2 นาทีแบบไม่ฝืน

Main set : เดิน 30 วินาที / วิ่ง 30 วินาที รวม 20 นาที

ช่วงวิ่งให้เร็วกว่าเดินแบบรู้สึกได้ แต่ไม่ใช่วิ่งสุดแรง หลักง่าย ๆ คือ “วิ่งแล้วรู้สึกตื่นตัวขึ้น” แต่ยังพอคุมลมหายใจอยู่ ถ้ารอบไหนเริ่มหอบจนพูดไม่ได้ ให้ลดความเร็วของช่วงวิ่ง หรือเปลี่ยนเป็น “เดิน 45 วินาที / วิ่ง 15 วินาที” แทนเพื่อให้ยังอยู่ในกรอบปลอดภัย จบการซ้อมวันนี้ควรรู้สึกเหมือนออกแรงพอดี ไม่ใช่เหมือนโดนซ้อม

  • ความรู้สึก: เหนื่อยปานกลาง แต่ยังไม่พัง
  • การหายใจ: พูดเป็นคำสั้นๆ ได้ แต่ไม่อยากพูดยาว
  • จังหวะพูด: พูดได้ 2–3 คำ แล้วต้องหายใจต่อ

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันพฤหัสบดี : เดินฟื้นฟูหรือพัก

เป้าหมาย ให้กล้ามเนื้อฟื้นตัวทัน และลดความเสี่ยงตึงน่องหรือหน้าแข้ง

Main set : เดินสบาย 30–50 นาที

เลือกตามความพร้อม ถ้ารู้สึกสด เดิน 50 นาทีได้ แต่ถ้าขาหนักหรือเมื่อย ให้เดิน 30 นาทีพอ และถือว่าเพียงพอ การเดินวันนี้ควรจบแบบรู้สึกเบาขึ้น ไม่ใช่ล้าเพิ่ม

  • ความรู้สึก: เบามาก
  • การหายใจ: ปกติ

วันศุกร์ : เดินสลับวิ่งเบา (ทบทวนพื้นฐาน)

เป้าหมาย ตอกย้ำการวิ่งแบบไม่ล้า และให้ร่างกายเริ่มเชื่อว่าการวิ่งไม่ใช่เรื่องน่ากลัว

Warm-up

  • เดินช้า 5 นาที

Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 30 วินาที รวม 20–25 นาที

วันนี้ให้โฟกัสที่ “ความนุ่ม” ของการลงเท้าและความผ่อนคลายของไหล่ ช่วงวิ่งไม่ต้องเร็วขึ้นจากวันจันทร์ก็ได้ ถ้าสัปดาห์นี้รู้สึกว่าหนัก ให้ลดเหลือรวม 20 นาที จบแล้วควรรู้สึกว่าไหว และวันพรุ่งนี้ยังเดินได้สบาย

  • ความรู้สึก: สบาย เหนื่อยนิดเดียว
  • การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้น ๆ ได้ต่อเนื่อง

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันเสาร์ : เดินฟื้นฟู

เป้าหมาย ฟื้นฟูต่อเนื่อง ลดตึง ลดเมื่อย และสร้างความสม่ำเสมอ

Main set : เดิน 50 นาที

เดินแบบสบาย ไม่ต้องสนใจระยะทาง ให้โฟกัสที่ความต่อเนื่อง ถ้ารู้สึกตึงน่องหรือหน้าแข้ง ให้เดินช้าลง ก้าวสั้นลง และถือเป็นการปรับที่ถูกต้อง

  • ความรู้สึก: สบายมาก
  • การหายใจ: ปกติ

วันอาทิตย์ : พัก

เป้าหมาย พักจริงๆ เพื่อให้ร่างกายดูดซับการซ้อมและฟื้นตัว

Note ประจำสัปดาห์

ถ้าหลังวิ่งแล้วตึงน่องมาก หรือรู้สึกเจ็บแบบแปลกๆ ให้ลดเวลาวิ่งลงในสัปดาห์ถัดไป และเพิ่มการเดินแทน ความรู้สึกที่ดีของสัปดาห์แรกคือ “เริ่มได้แล้ว” ไม่ใช่ “เกือบไม่รอด”

วันจันทร์ : เดินสลับวิ่ง

เป้าหมาย เพิ่มเวลาวิ่งเล็กน้อยโดยไม่เพิ่มความหอบ

Warm-up

  • เดินช้า 5 นาที

Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 45 วินาที รวม 25 นาที

เพิ่มเวลาวิ่งขึ้นเล็กน้อย แต่ความเร็วไม่ต้องเพิ่ม เป้าหมายคือให้ร่างกายอยู่กับการวิ่งได้นานขึ้นแบบไม่เครียด ถ้าพอวิ่ง 45 วินาทีแล้วเริ่มหอบ ให้กลับไปใช้วิ่ง 30 วินาทีเหมือนสัปดาห์แรกได้เลย จบแล้วควรรู้สึกเหมือนออกแรงพอดี ไม่ใช่หมดแรง

  • ความรู้สึก: เหนื่อยเล็กน้อย
  • การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้นๆ

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันอังคาร : เดินฟื้นฟู

เป้าหมาย ฟื้นฟูและลดตึง

Main set : เดิน 50 นาที

เดินคุยได้สบาย ๆ และให้สังเกตว่ากล้ามเนื้อเริ่มชินหรือยัง ถ้าเริ่มตึงเพิ่ม ให้เดินช้าลงและจบให้รู้สึกดี

วันพุธ : Speed Work สำหรับมือใหม่ (เดิน 30 วิ / วิ่ง 45 วิ)

เป้าหมาย เพิ่มช่วงวิ่งให้ยาวขึ้น แต่ยังคุมความเหนื่อยได้

Warm-up

  • เดิน 8–10 นาที

Main set : เดิน 30 วินาที / วิ่ง 45 วินาที รวม 25 นาที

ช่วงวิ่งให้รู้สึกเร็วกว่าการเดินชัดเจน แต่ยังไม่ใช่วิ่งสุดแรง ถ้ารอบไหนเริ่มหอบ ให้ลดความเร็ว หรือปรับเป็นเดิน 45 วินาที / วิ่ง 30 วินาทีแทน การซ้อมวันนี้ควรจบแบบยังอยากทำต่อ ไม่ใช่กลัววันถัดไป

  • ความรู้สึก: เหนื่อยปานกลาง
  • การหายใจ: พูดได้สั้น ๆ แต่ไม่อยากพูดยาว

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันพฤหัสบดี : เดินฟื้นฟูหรือพัก

เป้าหมาย ให้ร่างกายฟื้นทันก่อนวันซ้อมถัดไป

Main set : เดิน 30–50 นาที

ถ้ารู้สึกขาหนัก ให้เลือกเดิน 30 นาทีพอ แล้วพักให้เต็มที่ การพักวันนี้ช่วยให้พรุ่งนี้ทำได้ง่ายขึ้น

วันศุกร์ : เดินสลับวิ่ง

เป้าหมาย รักษาความสม่ำเสมอและความสบาย

Warm-up

  • เดินช้า 5 นาที

Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 45 วินาที รวม 25 นาที

โฟกัสความสบายเหมือนวันจันทร์ ไม่ต้องเพิ่มความเร็ว จบการซ้อมแล้วควรรู้สึกว่า “พอดี” และวันพรุ่งนี้เดิน 50 นาทีได้สบาย

  • ความรู้สึก: เหนื่อยนิดเดียว
  • การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้นๆ

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันเสาร์ : เดินฟื้นฟู

เป้าหมาย ฟื้นฟูต่อเนื่องและลดอาการตึง

Main set : เดิน 50 นาที

วันอาทิตย์ : พัก

Note ประจำสัปดาห์

สัปดาห์นี้เพิ่มเวลาวิ่งขึ้นเล็กน้อย แต่ยังต้องจบแบบสบาย ถ้าเริ่มมีอาการตึงหน้าแข้งหรือน่อง ให้ลดช่วงวิ่งลงและเพิ่มการเดินแทน การปรับให้พอดีสำคัญกว่าทำให้ครบตามตัวเลข

วันจันทร์ : เดินสลับวิ่ง

เป้าหมาย ให้ร่างกายอยู่กับการวิ่งได้นานขึ้นโดยไม่หอบ

Warm-up

  • เดินช้า 5 นาที

Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 1 นาที รวม 25–30 นาที

เริ่มแตะการวิ่ง 1 นาทีแบบสบาย ความเร็วไม่ต้องเพิ่ม ให้คิดว่ากำลังวิ่งแบบประหยัดแรง ระหว่างวิ่งควรยังคุมลมหายใจได้ ถ้ารู้สึกว่าพอครบ 1 นาทีแล้วหอบ ให้ลดเหลือวิ่ง 45 วินาทีเหมือนสัปดาห์ก่อน การซ้อมวันนี้ควรจบแบบยังอยากทำต่อ

  • ความรู้สึก: เหนื่อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้นๆ

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันอังคาร : เดินฟื้นฟู

เป้าหมาย ฟื้นฟูและรักษาความสม่ำเสมอ

Main set : เดิน 50 นาที

วันพุธ : Speed Work (เดิน 30 วิ / วิ่ง 1 นาที)

เป้าหมาย ให้ร่างกายชินกับช่วงวิ่งที่ยาวขึ้น โดยยังคุมความเหนื่อย

Warm-up

  • เดิน 10 นาที

Main set : เดิน 30 วินาที / วิ่ง 1 นาที รวม 25 นาที

ช่วงวิ่งให้รู้สึกกระฉับกระเฉงขึ้น แต่ไม่ใช่วิ่งสุดแรง หากเริ่มหอบ ให้ลดความเร็วทันทีและยอมให้ช่วงเดินช่วยคุมการฟื้นตัว จบวันนี้ควรเหนื่อยได้ แต่ไม่ควรล้าจนไม่อยากขยับวันพรุ่งนี้

  • ความรู้สึก: เหนื่อยปานกลาง
  • การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้นๆ แต่ไม่อยากพูดยาว

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันพฤหัสบดี : เดินฟื้นฟูหรือพัก

เป้าหมาย ให้ขาเบาขึ้นก่อนวันซ้อมถัดไป

Main set : เดิน 30–50 นาที

วันศุกร์ : เดินสลับวิ่ง

เป้าหมาย ทำให้ร่างกายจำจังหวะวิ่ง 1 นาทีแบบสบาย

Warm-up

  • เดินช้า 5 นาที

Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 1 นาที รวม 25–30 นาที

วิ่งแบบประหยัดแรง เน้นความผ่อนคลาย ถ้าวันนี้รู้สึกขาหนัก ให้ลดเวลารวมลงและจบแบบรู้สึกดี การซ้อมวันนี้ควรจบแบบไม่ล้า

  • ความรู้สึก: เหนื่อยเล็กน้อย
  • การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้นๆ

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันเสาร์ : เดินฟื้นฟู

เป้าหมาย ให้ร่างกายฟื้นตัวและลดตึง

Main set : เดิน 50 นาที

วันอาทิตย์ : พัก

Note ประจำสัปดาห์

สัปดาห์นี้เริ่มต่อความยาวช่วงวิ่งมากขึ้น ถ้ารู้สึกตึงน่องหรือหน้าแข้ง ให้ลดความยาวช่วงวิ่งลงและคุมความเร็วให้สบายที่สุด เป้าหมายคือจบแบบร่างกายยังสด ไม่ใช่สะสมความล้า

วันจันทร์ : เดินสลับวิ่ง

เป้าหมาย เริ่มแตะช่วงวิ่งยาวขึ้น เพื่อเตรียมไปสู่การวิ่งต่อเนื่อง

Warm-up

  • เดินช้า 5 นาที

Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 2 นาที รวม 30 นาที

ช่วงวิ่ง 2 นาทีให้ช้าลงได้เลย เป้าหมายไม่ใช่วิ่งเร็ว แต่คือวิ่งได้นานขึ้นโดยไม่หอบ ถ้าระหว่างวิ่งเริ่มรู้สึกกดดันให้ “ลดความเร็วทันที” และใช้ช่วงเดินช่วยคุมการฟื้นตัว จบวันนี้ควรรู้สึกว่าเหนื่อยได้ แต่ยังอยู่ในระดับที่พรุ่งนี้เดิน 50 นาทีได้สบาย

  • ความรู้สึก: เหนื่อยเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ยังควบคุมได้
  • การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้น ๆ แต่ไม่อยากพูดยาว

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันอังคาร : เดินฟื้นฟู

เป้าหมาย ฟื้นฟูและลดตึงหลังเพิ่มช่วงวิ่ง

Main set : เดิน 50 นาที

วันพุธ : Speed Work (เดิน 30 วิ / วิ่ง 2 นาที)

เป้าหมาย ฝึกให้ช่วงวิ่งยาวขึ้นโดยยังคุมความเหนื่อย

Warm-up

  • เดิน 10 นาที

Main set : เดิน 30 วินาที / วิ่ง 2 นาที รวม 25–30 นาที

ช่วงวิ่งให้เร็วกว่าเดิน แต่ไม่ใช่วิ่งสุดแรง ถ้ารู้สึกหอบ ให้ลดความเร็วและยอมให้ช่วงเดินช่วยคุมการฟื้นตัว การซ้อมวันนี้ควรจบแบบยังมีแรงเหลือ ไม่ใช่หมดแรง

  • ความรู้สึก: เหนื่อยปานกลาง
  • การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้น ๆ แต่ต้องหายใจถี่ขึ้น

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันพฤหัสบดี : เดินฟื้นฟูหรือพัก

เป้าหมาย ลดความล้าและให้ขาเบา

Main set : เดิน 30–50 นาที

ถ้าตึงมากให้เดิน 30 นาทีพอ และถือว่าดีแล้ว การพักวันนี้ช่วยให้วันศุกร์ทำได้ง่ายขึ้น

วันศุกร์ : เดินสลับวิ่ง

เป้าหมาย ทำให้ช่วงวิ่ง 2 นาทีรู้สึกสบายขึ้น

Warm-up

  • เดินช้า 5 นาที

Main set : เดิน 1 นาที / วิ่ง 2 นาที รวม 30 นาที

รักษาความสบายเป็นหลัก ถ้าวันนี้รู้สึกขาหนัก ให้ลดรอบลงและจบแบบรู้สึกดี การซ้อมวันนี้ควรทำให้มั่นใจมากขึ้น ไม่ใช่ทำให้เครียด

  • ความรู้สึก: เหนื่อยนิดเดียวถึงปานกลาง
  • การหายใจ: พูดได้เป็นคำสั้นๆ

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันเสาร์ : เดินฟื้นฟู

เป้าหมาย ฟื้นฟูและทำให้ร่างกายดูดซับการซ้อม

Main set : เดิน 50 นาที

วันอาทิตย์ : พัก

Note ประจำสัปดาห์

สัปดาห์นี้แตะช่วงวิ่ง 2 นาทีแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นก้าวสำคัญ ถ้าทำได้แบบสบาย แปลว่าพื้นฐานเริ่มมา แต่ถ้ารู้สึกตึงหรือเจ็บ ให้ถอยกลับไปใช้ช่วงวิ่ง 1 นาทีได้ทันที เป้าหมายคือจบ 4 สัปดาห์แบบร่างกายยังดี และพร้อมต่อยอด ไม่ใช่ฝืนจนต้องหยุด

นักวิ่งจะได้อะไรจากโปรแกรมนี้

โปรแกรมฝึกวิ่ง 5 กิโลเมตร นี้หลังจบ 4 สัปดาห์ ร่างกายจะเริ่มคุ้นกับการวิ่งโดยไม่กลัวการหอบเกินหรือเจ็บเกิน ระบบหัวใจและการหายใจเริ่มทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น กล้ามเนื้อขา น่อง และเอ็นได้ปรับตัวกับแรงกระแทกทีละน้อย ที่สำคัญคือได้สร้างความสม่ำเสมอแบบที่ทำต่อได้จริง และพร้อมต่อยอดไปสู่โปรแกรมที่ยาวขึ้นหรือเพิ่มการวิ่งต่อเนื่องในอนาคต

ถ้าระหว่างการฝึกซ้อมมีวันขาด หรือจำเป็นต้องหยุด ควรทำอย่างไร

โปรแกรมซ้อมวิ่ง 5k นี้ไม่ได้ออกแบบมาให้ “ต้องทำครบทุกวันแบบสมบูรณ์แบบ” แต่ออกแบบให้ปรับตัวได้ตามชีวิตจริง การขาดซ้อมบางวันไม่ใช่ความล้มเหลว สิ่งสำคัญคือการกลับมาอย่างเหมาะสม

ถ้าขาดซ้อม 1 วัน ควรทำอย่างไร

ข้ามไปเลยและกลับมาทำวันถัดไปตามตาราง ไม่ต้องชดเชย เพราะการชดเชยแบบรีบมักทำให้ล้าเกินและเสี่ยงเจ็บ เป้าหมายคือรักษาความต่อเนื่องมากกว่าทำให้ครบทุกครั้งแบบเป๊ะ

ถ้าขาดวันซ้อมหนัก ควรทำอย่างไร

ข้ามได้เลย ไม่ต้องย้อนกลับมาทำซ้ำ ให้ไปทำวันเดินฟื้นฟูหรือวันซ้อมถัดไปแทน วันซ้อมหนักของมือใหม่ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นเท่านั้น ไม่ใช่สิ่งที่ต้องยึดติด หากพลาดไปหนึ่งครั้งไม่กระทบความก้าวหน้าในภาพรวม

ถ้าหยุด 3–4 วัน ควรกลับมาอย่างไร

กลับไปใช้รูปแบบของสัปดาห์ก่อนหน้าหนึ่งสัปดาห์ เช่น ถ้าหยุดในสัปดาห์ที่ 4 ให้ย้อนกลับไปทำรูปแบบสัปดาห์ที่ 3 ก่อน เพื่อให้ร่างกายกลับมาเข้าจังหวะ และค่อยไล่ขึ้นใหม่แบบสบาย

ถ้าป่วยหรือหยุด 7 วัน ควรปรับอย่างไร

เริ่มใหม่ด้วยรูปแบบสัปดาห์ที่ 1 หรือ 2 แล้วค่อยไต่ระดับอีกครั้ง โดยดูจากความรู้สึกเป็นหลัก หากยังเพลียหรือหายใจไม่เหมือนเดิม ให้เพิ่มการเดินและลดช่วงวิ่งลง เป้าหมายคือกลับมาให้ปลอดภัย ไม่ใช่รีบตามตารางให้ทัน

หลักคิดสำคัญในการปรับโปรแกรมให้ยืดหยุ่น

ให้ความรู้สึกของร่างกายเป็นตัวนำ ถ้ารู้สึกล้า ให้ลดช่วงวิ่งลงหรือเพิ่มการเดินแทน การเดินถือเป็นการซ้อมและช่วยฟื้นตัวได้จริง ทุกครั้งควรจบด้วยความรู้สึกว่าคุมได้ ไม่ใช่หมดแรง หากมีอาการเจ็บแบบแปลกๆ ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ให้พักและลดความหนักทันที ความสม่ำเสมอที่ปลอดภัยจะพาไปไกลกว่าความพยายามแบบฝืนในระยะสั้น

สมัครรับจดหมายข่าวของเราเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับ OTC Running Team

Loading...
Scroll to Top