ตารางซ้อมวิ่ง 5K (6 สัปดาห์) สำหรับผู้เริ่มต้น

โปรแกรมฝึกซ้อมวิ่งระยะ 5km - Fun Run สำหรับกลุ่มนักวิ่งมือใหม่ ที่เคยวิ่งมาบ้างเล็กน้อย (ระยะเวลาการซ้อมโดยประมาณ 6 สัปดาห์ - 1.5 เดือน)

สัปดาห์แรกของโปรแกรมวิ่ง 5km สำหรับมือใหม่ นี้เน้นการจัดระเบียบร่างกายให้คุ้นกับการวิ่งต่อเนื่องในเวลาที่นานขึ้น ยังไม่เน้นความเร็ว เป้าหมายคือวิ่งแล้วรู้สึกควบคุมได้ และไม่สะสมความล้าเกินไป

วันจันทร์

เป้าหมาย วางฐานให้วิ่งต่อเนื่องได้แบบสบาย และจบด้วยความรู้สึกว่า “ยังไหว”

Warm-up

  • เดินเร็วหรือวิ่งช้ามาก 8–10 นาที
  • ขยับข้อเท้า เข่า สะโพกเบาๆ ให้ตัวเริ่มอุ่น

Main set : วิ่งสบายต่อเนื่อง 25 นาที

วิ่งในจังหวะที่รู้สึกผ่อนคลาย เหมือนออกไปขยับตัวให้โล่ง ไม่ต้องรีบ ระหว่างวิ่งให้คุมไหล่ให้สบายและก้าวสั้นลงเล็กน้อยถ้ารู้สึกกระแทก ช่วงท้ายควรรู้สึกว่าเหนื่อยนิดเดียว แต่ยังสามารถเพิ่มอีก 5 นาทีได้ถ้าจำเป็น นี่คือสัญญาณว่า “พอดี”

  • ความรู้สึก: สบาย เหนื่อยเล็กน้อย
  • การหายใจ: สม่ำเสมอ ไม่หอบ
  • การพูด: พูดเป็นประโยคสั้นๆ ได้
  • HR โดยประมาณ (ถ้ามีนาฬิกา): อยู่ในโซนที่คุมได้ ไม่ควรรู้สึกว่าใจเต้นรัวจนพูดไม่ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันอังคาร

เป้าหมาย ฟื้นฟูแบบยังขยับร่างกาย ลดตึง ลดเมื่อย และช่วยให้ขาพร้อมสำหรับวันถัดไป

Warm-up

  • เดินช้า 5 นาที

Main set : เดินต่อเนื่อง 50 นาที

เดินในจังหวะที่คุยได้ตลอด เหมือนเดินออกกำลังแบบไม่กดดัน ถ้ารู้สึกตึงน่องหรือหน้าแข้งให้ลดความเร็วและก้าวสั้นลง จุดสำคัญคือความต่อเนื่อง ไม่ใช่ความเร็ว เดินจบแล้วควรรู้สึกเบาขึ้น ไม่ใช่ล้า

  • ความรู้สึก: สบายมาก
  • การหายใจ: ปกติ
  • การพูด: คุยยาวๆ ได้

วันพุธ

เป้าหมาย ฝึกเปลี่ยนจังหวะให้ร่างกายตื่นตัวขึ้น โดยยังคุมความเหนื่อยได้

Warm-up

  • วิ่งช้า 10 นาที
  • เร่งจังหวะเบามาก 2 ครั้ง ครั้งละ 15 วินาที (ไม่ต้องเร็ว) แล้วเดินหรือวิ่งช้าคั่นให้หายใจสบาย

Main set : เดิน 30 วินาที สลับวิ่งเร็วกว่าเดิม 30 วินาที รวม 20 นาที

ช่วงวิ่งให้เร็วขึ้นจากวิ่งสบายแบบรู้สึกได้ แต่ไม่ใช่วิ่งสุดแรง ให้คิดว่า “เร็วพอให้ตื่น” และยังคุมฟอร์มได้ ถ้าช่วงวิ่งทำให้หอบจนพูดไม่ได้ ให้ลดความเร็วทันที หรือปรับเป็นเดิน 45 วินาที/วิ่ง 15 วินาที เพื่อให้ยังอยู่ในกรอบปลอดภัย จบวันนี้ควรรู้สึกว่าได้ซ้อมสนุก ๆ แต่ไม่หนักจนกลัววันต่อไป

  • ความรู้สึก: เหนื่อยปานกลาง แต่ยังคุมได้
  • การหายใจ: ถี่ขึ้น แต่ไม่อึดอัด
  • การพูด: พูดได้ 2–3 คำ แล้วต้องหายใจต่อ
  • HR โดยประมาณ (ถ้ามีนาฬิกา): สูงขึ้นช่วงสั้น ๆ ได้ แต่ต้องสัมพันธ์กับความรู้สึก ไม่ไล่ตัวเลข

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันพฤหัสบดี

เป้าหมาย พักให้ร่างกายดูดซับการซ้อม ลดตึง และกันล้าเกิน

Main set : เดินสบาย 30–40 นาที หรือพัก

ถ้ารู้สึกขาเบา เดิน 30–40 นาทีได้ แต่ถ้าขาหนัก ตึงน่อง หรือหลับไม่พอ ให้พักได้เลย การพักวันนี้ช่วยให้พรุ่งนี้วิ่งสบายขึ้นและลดความเสี่ยงเจ็บสะสม

  • ความรู้สึก: สบายมาก
  • การหายใจ: ปกติ

วันศุกร์

เป้าหมาย กลับมาวิ่งสบายเพื่อสร้างความสม่ำเสมอ โดยไม่เร่ง

Warm-up

  • เดินเร็วหรือวิ่งช้า 8–10 นาที

Main set : วิ่งสบายต่อเนื่อง 25–30 นาที

ถ้าวันนี้สด วิ่ง 30 นาทีได้ แต่ถ้ารู้สึกล้าให้หยุดที่ 25 นาที ความเร็วให้ยึดความสบายเหมือนวันจันทร์ ระหว่างวิ่งควรคุมลมหายใจให้คงที่ และจบแบบยังรู้สึกว่า “กำลังดี”

  • ความรู้สึก: สบาย เหนื่อยนิดเดียว
  • การหายใจ: สม่ำเสมอ ไม่หอบ
  • การพูด: พูดเป็นประโยคสั้นๆ ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันเสาร์

เป้าหมาย สร้างความอึดแบบปลอดภัย ด้วยการวิ่งนานขึ้น แต่ต้องมีเพดานชัด

Warm-up

  • เดินหรือวิ่งช้ามาก 10 นาที

Main set : Long Run แบบสบาย 35 นาที (เพดาน)

วิ่งช้าลงกว่าวันปกติได้เลย เป้าหมายคืออยู่กับการวิ่งได้นานขึ้นโดยไม่เครียด ถ้ารู้สึกเริ่มตึงน่องหรือหายใจไม่คงที่ ให้ชะลอจนกลับมาสบาย หรือสลับเดิน 1 นาทีเป็นช่วง ๆ ได้ จบแล้วควรรู้สึกว่าเหนื่อยได้ แต่ไม่ล้า

  • ความรู้สึก: สบายถึงเหนื่อยเล็กน้อย
  • การหายใจ: ยังพอคุมได้ ไม่หอบ
  • การพูด: พูดเป็นวลีสั้นๆ ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5–8 นาที

วันอาทิตย์

เป้าหมาย พักเต็มที่ เพื่อให้ร่างกายฟื้นและพร้อมสำหรับสัปดาห์ใหม่

Main set : พัก

ถ้ารู้สึกตึงมาก สามารถเดินสบาย 10–20 นาทีได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทำให้ครบอะไร

Note ประจำสัปดาห์

สัปดาห์นี้โฟกัสที่ “จบแบบไม่ล้า” ถ้าวันไหนรู้สึกขาหนักหรือหายใจไม่อยู่กับตัว แปลว่าจังหวะเร็วไป ให้ลดความเร็วทันที การปรับให้สบายจะช่วยให้ร่างกายปรับตัวได้ต่อเนื่องและไม่สะสมอาการเจ็บ

วันจันทร์

เป้าหมาย เพิ่มเวลาวิ่งต่อเนื่องขึ้นเล็กน้อย โดยยังต้องสบายเหมือนเดิม

Warm-up

  • เดินเร็วหรือวิ่งช้า 8–10 นาที

Main set : วิ่งสบายต่อเนื่อง 30 นาที

เพิ่มเวลา แต่ไม่เพิ่มความเร็ว ถ้าวันนี้รู้สึกว่าหายใจเริ่มถี่ ให้ลดจังหวะจนกลับมาคุมได้ จบแล้วควรรู้สึกว่าเหนื่อยนิดเดียวและยังมีแรงเหลือ

  • ความรู้สึก: สบาย เหนื่อยเล็กน้อย
  • การหายใจ: สม่ำเสมอ
  • การพูด: พูดเป็นประโยคสั้น ๆ ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันอังคาร

เป้าหมาย ฟื้นฟูด้วยการเดิน ให้ขาไม่ตึงก่อนวันเปลี่ยนจังหวะ

Main set : เดิน 50 นาที

เดินสบาย ๆ ถ้าอยากเพิ่มความกระฉับกระเฉงให้เดินเร็วขึ้นเล็กน้อยช่วงกลาง 10 นาที แต่ต้องยังคุยได้ตลอด

  • ความรู้สึก: สบายมาก
  • การหายใจ: ปกติ

วันพุธ

เป้าหมาย เพิ่มความแข็งแรงของระบบหัวใจด้วยช่วงเร็วสั้นๆ ที่คุมได้

Warm-up

  • วิ่งช้า 10 นาที
  • เร่งจังหวะเบามาก 2 ครั้ง ครั้งละ 15 วินาที แล้วคั่นด้วยเดินหรือวิ่งช้าจนหายใจสบาย

Main set : เดิน 30 วินาที สลับวิ่งเร็วกว่าเดิม 45 วินาที รวม 20–25 นาที

ช่วงวิ่ง 45 วินาทีให้คุมฟอร์มเป็นหลัก ถ้าเริ่มหอบหรือไหล่เกร็ง แปลว่าเร็วไป ให้ชะลอทันที หรือปรับเป็นเดิน 45 วินาที/วิ่ง 30 วินาที การซ้อมวันนี้ควรจบแบบรู้สึกว่า “ได้ซ้อม แต่ไม่หนักจนเพลียยาว”

  • ความรู้สึก: เหนื่อยปานกลาง
  • การหายใจ: ถี่ขึ้นแต่ยังไม่อึดอัด
  • การพูด: พูดได้เป็นคำสั้น ๆ

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันพฤหัสบดี

เป้าหมาย ฟื้นตัวให้ทัน ลดความเสี่ยงตึงน่อง/หน้าแข้ง

Main set : เดินสบาย 30–40 นาที หรือพัก

ถ้ารู้สึกตึงมากให้พักได้ การพักวันนี้คือส่วนหนึ่งของการทำให้พรุ่งนี้วิ่งสบาย ไม่ใช่การขาดซ้อม

วันศุกร์

เป้าหมาย รักษาความสม่ำเสมอ ด้วยการวิ่งสบายที่คุมได้

Warm-up

  • เดินเร็วหรือวิ่งช้า 8–10 นาที

Main set : วิ่งสบายต่อเนื่อง 30 นาที

คุมความสบายเหมือนวันจันทร์ ถ้าขาหนักให้ลดเหลือ 25 นาทีได้ และจบแบบรู้สึกดีไว้ก่อน

  • ความรู้สึก: สบาย
  • การหายใจ: สม่ำเสมอ
  • การพูด: พูดเป็นประโยคสั้นๆ ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันเสาร์

เป้าหมาย เพิ่มความอึดแบบปลอดภัย มีเพดานชัด

Warm-up

  • เดินหรือวิ่งช้ามาก 10 นาที

Main set : Long Run แบบสบาย 40 นาที (เพดาน)

วิ่งช้าลงได้เลย ถ้ารู้สึกเริ่มฝืนให้สลับเดิน 1 นาทีเป็นช่วง ๆ จบแล้วควรรู้สึกเหนื่อยได้ แต่ไม่ควรล้าจนอยากนอนทั้งวัน

  • ความรู้สึก: สบายถึงเหนื่อยเล็กน้อย
  • การหายใจ: ยังพอคุมได้
  • การพูด: พูดเป็นวลีสั้นๆ ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5–8 นาที

วันอาทิตย์

เป้าหมาย พักให้เต็ม เพื่อให้ร่างกายปรับตัวทัน

Main set : พัก

Note ประจำสัปดาห์

สัปดาห์นี้เพิ่มเวลาและเพิ่มช่วงเร็วเล็กน้อย ถ้าความรู้สึกเริ่มหนัก ให้ลดความเร็วของช่วงเร็วก่อนเสมอ และถ้ายังหนักให้ลดเวลารวม การจบแบบสบายสำคัญกว่า “ทำครบ” เพราะช่วยให้ปรับตัวต่อได้เรื่อยๆ

วันจันทร์

เป้าหมาย ทำให้การวิ่งต่อเนื่องเริ่มรู้สึกเป็นเรื่องปกติ และยังคุมความสบายได้

Warm-up

  • วิ่งช้า 8–10 นาที

Main set : วิ่งสบายต่อเนื่อง 35 นาที

รักษาจังหวะให้สบาย ถ้าเริ่มรู้สึกว่าก้าวเริ่มหนัก ให้ชะลอทันที เป้าหมายคือวิ่งจบแล้วรู้สึกว่า “โอเค ทำได้” ไม่ใช่ “เกือบไม่รอด”

  • ความรู้สึก: สบาย เหนื่อยเล็กน้อย
  • การหายใจ: สม่ำเสมอ
  • การพูด: พูดเป็นประโยคสั้น ๆ ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันอังคาร

เป้าหมาย ฟื้นฟูขาและเอ็น ด้วยการเดินต่อเนื่อง

Main set : เดิน 50 นาที

เดินให้รู้สึกโล่ง ถ้ารู้สึกตึงน่องให้ก้าวสั้นลงและอย่าเดินเร็วจนเหนื่อย

วันพุธ

เป้าหมาย ฝึก interval แบบง่ายให้ร่างกายคุ้นกับจังหวะ โดยไม่ทำให้ล้า

Warm-up

  • วิ่งช้า 10 นาที
  • เร่งจังหวะเบามาก 2 ครั้ง ครั้งละ 15 วินาที แล้วคั่นจนหายใจสบาย

Main set : วิ่งเร็วขึ้น 1 นาที พักด้วยการวิ่งช้า 1 นาที ทำต่อเนื่อง 16 นาที

ช่วงเร็วให้เร็วขึ้นจากวิ่งสบายแบบรู้สึกได้ แต่ยังคุมฟอร์มอยู่ ไม่ใช่วิ่งสุดแรง ช่วงพักให้เป็น “วิ่งช้า” เพื่อให้หัวใจค่อย ๆ ลดลง ถ้าช่วงเร็วทำให้หอบ ให้ลดความเร็วทันที จบวันนี้ควรรู้สึกว่าได้ซ้อมสนุก แต่ยังมีแรงเหลือ

  • ความรู้สึก: เหนื่อยปานกลาง
  • การหายใจ: ถี่ขึ้นช่วงเร็ว แต่กลับมาสบายได้ในช่วงพัก
  • การพูด: ช่วงเร็วพูดได้สั้น ๆ ช่วงพักพูดได้มากขึ้น

Cool-down

  • เดินหรือวิ่งช้า 5 นาที

วันพฤหัสบดี

เป้าหมาย ฟื้นตัวให้ทัน และกันขาตึงสะสม

Main set : เดินสบาย 30–40 นาที หรือพัก

วันศุกร์

เป้าหมาย วิ่งสบายเพื่อฟื้นฟู แต่ยังคงความต่อเนื่อง

Warm-up

  • วิ่งช้า 8–10 นาที

Main set : วิ่งสบายต่อเนื่อง 30–35 นาที

ถ้าวันนี้รู้สึกล้า ให้เลือก 30 นาทีและช้าลงอีกเล็กน้อย เป้าหมายคือวิ่งแล้วรู้สึกเบา ไม่ใช่ฝืน

  • ความรู้สึก: สบาย
  • การหายใจ: สม่ำเสมอ
  • การพูด: พูดเป็นประโยคสั้น ๆ ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันเสาร์

เป้าหมาย เพิ่มความอึดและความมั่นใจ ด้วย long run ที่คุมได้

Warm-up

  • เดินหรือวิ่งช้ามาก 10 นาที

Main set : Long Run แบบสบาย 45 นาที (เพดาน)

วันนี้ให้ช้าลงได้เต็มที่ ถ้ารู้สึกตึงให้สลับเดิน 1 นาทีเป็นช่วง ๆ ได้ เป้าหมายคือจบแล้วไม่ล้าเกิน และพรุ่งนี้พักได้แบบสบาย

  • ความรู้สึก: สบายถึงเหนื่อยเล็กน้อย
  • การหายใจ: คุมได้
  • การพูด: พูดเป็นวลีสั้น ๆ ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5–8 นาที

วันอาทิตย์

เป้าหมาย พักเพื่อให้ร่างกายปรับตัวทัน

Main set : พัก

Note ประจำสัปดาห์

สัปดาห์นี้เริ่มมี interval แบบง่าย ถ้ารู้สึกว่าวันพุธทำให้ขาหนักถึงวันศุกร์ ให้ลดความเร็วในช่วงเร็ว หรือปรับเวลารวมให้น้อยลง การซ้อมที่ดีคือซ้อมแล้วฟื้นทัน ไม่ใช่ซ้อมแล้วลากยาวจนเพลีย

วันจันทร์

เป้าหมาย รักษาความต่อเนื่อง และทำให้วิ่งสบายเริ่มนิ่งขึ้น

Warm-up

  • วิ่งช้า 8–10 นาที

Main set : วิ่งสบายต่อเนื่อง 35–40 นาที

เลือกเวลาตามความพร้อม ถ้าสดทำ 40 นาทีได้ แต่ถ้ารู้สึกล้าให้หยุดที่ 35 นาทีและช้าลง เป้าหมายคือคุมฟอร์มและลมหายใจให้เนียน

  • ความรู้สึก: สบาย
  • การหายใจ: สม่ำเสมอ
  • การพูด: พูดเป็นประโยคสั้น ๆ ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันอังคาร

เป้าหมาย ฟื้นฟูด้วยการเดิน ลดตึงและเพิ่มการไหลเวียนเลือด

Main set : เดิน 50 นาที

วันพุธ

เป้าหมาย เพิ่มความมั่นใจด้วย interval ที่ยาวขึ้นเล็กน้อย แต่ยังต้องคุมได้

Warm-up

  • วิ่งช้า 10 นาที
  • เร่งจังหวะเบามาก 2 ครั้ง ครั้งละ 15 วินาที แล้วคั่นจนหายใจสบาย

Main set : วิ่งเร็วขึ้น 90 วินาที พักด้วยการวิ่งช้า 90 วินาที ทำต่อเนื่อง 18 นาที

ช่วงเร็วให้เร็วขึ้นจากวิ่งสบายแบบรู้สึกได้ แต่ต้องไม่ทำให้หอบจนคุมท่าไม่ได้ ช่วงพักให้วิ่งช้าเพื่อคุมการฟื้นตัว ถ้ารอบท้ายเริ่มฝืน ให้ลดความเร็วของช่วงเร็วก่อนเสมอ จบวันนี้ควรรู้สึกว่าเหนื่อยได้ แต่ไม่ล้า

  • ความรู้สึก: เหนื่อยปานกลาง
  • การหายใจ: ถี่ขึ้นช่วงเร็ว แต่กลับมาคุมได้ช่วงพัก
  • การพูด: ช่วงเร็วพูดได้สั้น ๆ ช่วงพักพูดได้มากขึ้น

Cool-down

  • เดินหรือวิ่งช้า 5 นาที

วันพฤหัสบดี

เป้าหมาย ฟื้นตัวให้ทัน ลดความล้าและอาการตึง

Main set : เดินสบาย 30–40 นาที หรือพัก

วันศุกร์

เป้าหมาย วิ่งสบายเพื่อให้ขากลับมาเบาหลังวัน interval

Warm-up

  • วิ่งช้า 8–10 นาที

Main set : วิ่งสบายต่อเนื่อง 30–35 นาที

วันนี้ควรสบายจริง ๆ ถ้าอยาก “ทำให้เบา” ให้ช้าลงอีกนิดและคุมก้าวให้ลื่น จบแล้วควรรู้สึกฟื้น ไม่ใช่เหนื่อยเพิ่ม

  • ความรู้สึก: สบายมาก
  • การหายใจ: สม่ำเสมอ
  • การพูด: พูดเป็นประโยคสั้น ๆ ได้ง่าย

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันเสาร์

เป้าหมาย เพิ่มความอึดแบบปลอดภัย ด้วย long run ที่คุมได้และมีเพดาน

Warm-up

  • เดินหรือวิ่งช้ามาก 10 นาที

Main set : Long Run แบบสบาย 50 นาที (เพดาน)

ถ้าวันนี้เริ่มรู้สึกว่าหายใจไม่คงที่ ให้ชะลอทันที หรือสลับเดิน 1 นาทีเป็นช่วง ๆ ได้ การจบแบบยังพอเดินเล่นต่อได้คือสัญญาณที่ดี ไม่ต้องฝืนให้เร็วหรือให้หนัก

  • ความรู้สึก: สบายถึงเหนื่อยเล็กน้อย
  • การหายใจ: คุมได้
  • การพูด: พูดเป็นวลีสั้น ๆ ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5–8 นาที

วันอาทิตย์

เป้าหมาย พักเพื่อให้ร่างกายฟื้นและปรับตัวทัน

Main set : พัก

Note ประจำสัปดาห์

สัปดาห์นี้ interval ยาวขึ้นเล็กน้อย ถ้ารู้สึกว่ากลับมาวิ่งสบายวันศุกร์แล้วไม่ฟื้น ให้ลดความเร็วช่วงเร็วลงก่อน และถ้ายังไม่ดีให้ลดเวลารวมของวันพุธ การฟื้นตัวทันคือหัวใจของการไปต่อได้ไกล

วันจันทร์

เป้าหมาย ทำให้วิ่งสบายเริ่มนิ่ง และสะสมความอึดโดยไม่กดดัน

Warm-up

  • วิ่งช้า 8–10 นาที

Main set : วิ่งสบายต่อเนื่อง 40 นาที

คุมความสบายเป็นหลัก ถ้ารู้สึกว่าก้าวเริ่มหนักให้ชะลอทันที วันนี้ควรจบแบบรู้สึกว่า “กำลังดี” และยังอยากวิ่งต่อในสัปดาห์หน้า

  • ความรู้สึก: สบาย
  • การหายใจ: สม่ำเสมอ
  • การพูด: พูดเป็นประโยคสั้น ๆ ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันอังคาร

เป้าหมาย ฟื้นฟูด้วยการเดินให้ขาไม่ตึง

Main set : เดิน 50 นาที

วันพุธ

เป้าหมาย ฝึก interval ให้คมขึ้นแบบไม่เสี่ยงล้า

Warm-up

  • วิ่งช้า 10 นาที
  • เร่งจังหวะเบามาก 2 ครั้ง ครั้งละ 15 วินาที แล้วคั่นจนหายใจสบาย

Main set : วิ่งเร็วขึ้น 2 นาที พักด้วยการวิ่งช้า 2 นาที ทำต่อเนื่อง 16 นาที

ช่วงเร็วให้เร็วขึ้นจากวิ่งสบาย แต่ต้องไม่ถึงขั้นเสียฟอร์มหรือหอบหนัก ช่วงพักให้วิ่งช้าเพื่อคุมการฟื้นตัว ถ้ารอบท้ายเริ่มฝืน ให้ลดความเร็วช่วงเร็วทันที จบแล้วควรรู้สึกว่าได้ซ้อม แต่ยังไม่ล้า

  • ความรู้สึก: เหนื่อยปานกลาง
  • การหายใจ: ถี่ขึ้นช่วงเร็ว และกลับมาดีได้ช่วงพัก
  • การพูด: ช่วงเร็วพูดได้สั้น ๆ ช่วงพักพูดได้มากขึ้น

Cool-down

  • เดินหรือวิ่งช้า 5 นาที

วันพฤหัสบดี

เป้าหมาย ฟื้นตัวให้ทันก่อนวิ่งสบายวันศุกร์

Main set : เดินสบาย 30–40 นาที หรือพัก

วันศุกร์

เป้าหมาย ฟื้นฟูด้วยการวิ่งสบายจริง ๆ หลังวัน interval

Warm-up

  • วิ่งช้า 8–10 นาที

Main set : วิ่งสบายต่อเนื่อง 30–35 นาที

วันนี้ให้สบายเป็นพิเศษ ช้าลงได้เลย เป้าหมายคือทำให้ขาเบาและลมหายใจนิ่ง จบแล้วควรรู้สึกฟื้น

  • ความรู้สึก: สบายมาก
  • การหายใจ: สม่ำเสมอ
  • การพูด: พูดได้ง่าย

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันเสาร์

เป้าหมาย เสริมความอึดเพื่อรองรับการวิ่ง 5K ด้วย long run ที่คุมได้

Warm-up

  • เดินหรือวิ่งช้ามาก 10 นาที

Main set : Long Run แบบสบาย 55 นาที (เพดาน)

ช้าลงได้เต็มที่ หากเริ่มฝืนให้สลับเดิน 1 นาทีเป็นช่วง ๆ ได้ จบแล้วควรเหนื่อยได้ แต่ไม่ควรล้าจนวันถัดไปยังปวดเมื่อยมาก

  • ความรู้สึก: สบายถึงเหนื่อยเล็กน้อย
  • การหายใจ: คุมได้
  • การพูด: พูดเป็นวลีสั้น ๆ ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5–8 นาที

วันอาทิตย์

เป้าหมาย พักเพื่อให้ร่างกายดูดซับการซ้อม

Main set : พัก

Note ประจำสัปดาห์

สัปดาห์นี้ interval เป็น 2 นาที ถ้ารู้สึกหนักให้ลดความเร็วช่วงเร็วลงก่อนเสมอ และคุมให้จบแบบยังมีแรงเหลือ Long run ต้องช้าได้เต็มที่ เพราะเป้าหมายคือความอึด ไม่ใช่ความเร็ว

วันจันทร์

เป้าหมาย รักษาความต่อเนื่องแบบสบาย และไม่สะสมความล้าในสัปดาห์สุดท้าย

Warm-up

  • วิ่งช้า 8–10 นาที

Main set : วิ่งสบายต่อเนื่อง 35 นาที

วันนี้เน้นความสบาย คุมลมหายใจให้เรียบ ถ้ารู้สึกอยากเร่งให้ย้ำกับตัวเองว่า “ยังไม่จำเป็น” จบแล้วควรรู้สึกว่าเบาและมั่นใจ

  • ความรู้สึก: สบาย
  • การหายใจ: สม่ำเสมอ
  • การพูด: พูดเป็นประโยคสั้น ๆ ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันอังคาร

เป้าหมาย ฟื้นฟูด้วยการเดินให้ขาโล่ง

Main set : เดิน 50 นาที

วันพุธ

เป้าหมาย เปลี่ยนจังหวะสั้น ๆ เพื่อให้ร่างกายรู้สึกคล่อง โดยไม่ล้า

Warm-up

  • วิ่งช้า 10 นาที

Main set : วิ่งเร็วขึ้น 1 นาที พักด้วยการวิ่งช้า 2 นาที ทำต่อเนื่อง 12 นาที

ช่วงเร็วให้รู้สึกกระฉับกระเฉง แต่ต้องไม่หอบหนัก ช่วงพักยาวขึ้นเพื่อให้ฟื้นทันและไม่สะสมความล้า จบวันนี้ควรรู้สึกว่า “คล่องขึ้น” มากกว่า “เหนื่อย”

  • ความรู้สึก: เหนื่อยเล็กน้อยถึงปานกลาง
  • การหายใจ: ถี่ขึ้นช่วงเร็ว และกลับมาสบายได้เร็วในช่วงพัก
  • การพูด: ช่วงเร็วพูดได้สั้น ๆ ช่วงพักพูดได้สบาย

Cool-down

  • เดินหรือวิ่งช้า 5 นาที

วันพฤหัสบดี

เป้าหมาย ฟื้นตัวให้เต็ม และเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับปลายสัปดาห์

Main set : เดินสบาย 30–40 นาที หรือพัก

วันศุกร์

เป้าหมาย วิ่งสบายเพื่อสร้างความมั่นใจ และจบแบบสด

Warm-up

  • วิ่งช้า 8–10 นาที

Main set : วิ่งสบายต่อเนื่อง 25–30 นาที

วันนี้ให้สบายที่สุด ถ้ารู้สึกหนักให้ลดเหลือ 25 นาทีและช้าลงอีก เป้าหมายคือทำให้ขาเบาและรู้สึกพร้อม ไม่ใช่ซ้อมหนัก

  • ความรู้สึก: สบายมาก
  • การหายใจ: สม่ำเสมอ
  • การพูด: พูดได้ง่าย

Cool-down

  • เดินช้า 5 นาที

วันเสาร์

เป้าหมาย ปิดโปรแกรมด้วย long run ที่สบาย เพื่อให้มั่นใจว่าร่างกายไปต่อได้

Warm-up

  • เดินหรือวิ่งช้ามาก 10 นาที

Main set : Long Run แบบสบาย 45 นาที (เพดาน)

ลดเวลาลงจากสัปดาห์ก่อนเพื่อให้ฟื้นตัวดีและจบแบบสด วิ่งช้าได้เต็มที่ ถ้ารู้สึกฝืนให้สลับเดิน 1 นาทีเป็นช่วง ๆ ได้ จบแล้วควรรู้สึกดีและอยากกลับมาวิ่งอีก

  • ความรู้สึก: สบายถึงเหนื่อยเล็กน้อย
  • การหายใจ: คุมได้
  • การพูด: พูดเป็นวลีสั้น ๆ ได้

Cool-down

  • เดินช้า 5–8 นาที

วันอาทิตย์

เป้าหมาย พักและให้ร่างกายฟื้นเต็มที่

Main set : พัก

Note ประจำสัปดาห์

สัปดาห์นี้เน้นความรู้สึก “คล่องและสด” ถ้าวันไหนรู้สึกหนักให้ลดเวลารวมและช้าลงทันที เป้าหมายของช่วงท้ายคือฟื้นตัวดีและรักษาความมั่นใจ เมื่อจบสัปดาห์นี้ควรรู้สึกว่าการวิ่ง 5K เป็นเรื่องที่ทำได้แบบสนุก ไม่ต้องฝืน

นักวิ่งจะได้อะไรจากโปรแกรมนี้

หลังจบ 6 สัปดาห์ คุณจะวิ่งต่อเนื่องได้ดีขึ้น รู้จังหวะตัวเองมากขึ้น และควบคุมความเหนื่อยได้ดีขึ้น ความมั่นใจจะเพิ่มจากการซ้อมที่ไม่ฝืน ทำให้พร้อมต่อยอดไปสู่ โปรแกรม 5K ที่ยาวขึ้น หรือเริ่มใส่การซ้อมเฉพาะทางมากขึ้นในอนาคตโดยไม่รีบ

ถ้าขาดซ้อม 1 วัน ควรทำอย่างไร

ข้ามไปเลยแล้วทำตามวันถัดไป ไม่ต้องชดเชย เพราะการชดเชยแบบเร่งมักทำให้ล้าเกินและเสี่ยงเจ็บ เป้าหมายคือรักษาความต่อเนื่อง

ถ้าขาดวันซ้อมหนัก ควรทำอย่างไร

ข้ามได้เลย ไม่ต้องย้อนกลับมาทำซ้ำ ให้กลับไปทำวันวิ่งสบายหรือวันเดินฟื้นฟูแทน วันเปลี่ยนจังหวะมีไว้กระตุ้น ไม่ใช่สิ่งที่ต้องยึดติด

ถ้าหยุด 3-4 วัน ควรกลับมาอย่างไร

กลับมาด้วยการวิ่งสบาย 20–30 นาที 1 ครั้งก่อน แล้วดูความรู้สึก ถ้ายังตึงหรือหายใจไม่เหมือนเดิม ให้ใช้รูปแบบสัปดาห์ก่อนหน้าหนึ่งสัปดาห์ แล้วค่อยไล่ขึ้นใหม่

ถ้าป่วยหรือหยุด 7 วัน ควรปรับอย่างไร

เริ่มใหม่ด้วยสัปดาห์ที่เบากว่า โดยลดเวลาวิ่งลงและเพิ่มการเดิน หากยังเพลียให้ยึดการเดิน 50 นาทีเป็นหลักก่อน แล้วค่อยกลับมาวิ่งเมื่อร่างกายพร้อม

หลักคิดสำคัญในการปรับโปรแกรมให้ยืดหยุ่น

ให้ความรู้สึกของร่างกายเป็นตัวนำ ถ้าวันไหนล้าให้ลดเวลาและลดความเร็ว การเดินถือเป็นการซ้อมและช่วยฟื้นตัวได้จริง จบการซ้อมแต่ละครั้งควรรู้สึกว่า “คุมได้” และวันถัดไปยังพร้อมขยับต่อ ความสม่ำเสมอที่ปลอดภัยจะพาไปไกลกว่าความพยายามแบบฝืนในระยะสั้น

สมัครรับจดหมายข่าวของเราเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับ OTC Running Team

Loading...
Scroll to Top