ตารางซ้อมวิ่ง 5K (12 สัปดาห์) สำหรับนักวิ่งทั่วไป

โปรแกรมฝึกซ้อมวิ่งระยะ 5km - Fun Run สำหรับกลุ่มนักวิ่งทั่วไป (ระยะเวลาการซ้อมโดยประมาณ 12 สัปดาห์ - 3 เดือน)

โปรแกรมฝึกวิ่ง 5K (12 สัปดาห์) : สัปดาห์ที่ 1-2

ตารางซ้อมนักวิ่ง ช่วง 2 สัปดาห์แรกเป็นเฟสวางฐานและปรับตัว เตรียมร่างกายให้พร้อมกับการซ้อม Interval ระยะ 400-800 เมตรในระยะถัดไป โดยยังไม่เร่งความหนักเกินไป เน้นการเรียนรู้จังหวะ ความสม่ำเสมอ และการฟื้นตัว

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย ฟื้นตัว เปิดระบบร่างกาย และเตรียมความพร้อมก่อนวัน Interval

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อยระหว่างเตรียมตัว

Main set : Easy Run 40–45min

  • วิ่งแบบสบายๆ ต่อเนื่อง
  • หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
  • เน้นความผ่อนคลายและความสม่ำเสมอ

Finisher : Stride 4 x 30–100m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ เพื่อปลุกระบบประสาท
  • เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่เร่งสุด
  • พักจนหายใจกลับมาปกติก่อนเริ่มครั้งถัดไป

วันอังคาร — Interval 400m + เวทขา (Low DOMS)

เป้าหมาย เริ่มฝึก Interval ระยะสั้น เพื่อพัฒนาความเร็วและจังหวะ

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อเตรียมการเคลื่อนไหว

Main set : Interval 400m

  • วิ่งระยะ 400 เมตร จำนวน 4 รอบ
  • ใช้ความเร็วที่รู้สึกเร็วกว่า Easy ชัดเจน แต่ยังคุมฟอร์มได้
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 90–120 วินาที ระหว่างแต่ละรอบ
  • โฟกัสจังหวะการก้าวและการหายใจให้สม่ำเสมอ

Strength Training (Lower Body) 20–25min

  • เน้นท่าพื้นฐาน เช่น squat pattern, hip hinge และ core
  • ใช้น้ำหนักระดับกลาง
  • ไม่เล่นจนขาล้าหนัก

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม หรือ
  • Active recovery เบาๆ เช่น เดินหรือปั่นจักรยาน 20–30 นาที
  • Mobility เพิ่มได้ตามความรู้สึก

วันพฤหัส — Steady Run

เป้าหมาย สร้างความอึดในจังหวะที่ต้องโฟกัสมากขึ้น

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที

Main set : Steady Run 20–25min

  • หายใจแรงขึ้นกว่าวัน Easy
  • พูดได้เป็นวลีสั้นๆ
  • ยังควบคุมฟอร์มได้ ไม่เร่งจนแตก

Cool-down

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟู)

เป้าหมาย ฟื้นฟูร่างกายหลังวัน Interval

Main set : Easy Run 30–45min

  • ยึดความสบายเป็นหลัก
  • ไม่สนความเร็ว
  • ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้า Carbon ในวันที่รู้สึกล้า

วันเสาร์ — Long Easy Run

เป้าหมาย เพิ่มความอึดพื้นฐานโดยไม่สะสมความล้า

Main set : Long Easy Run 50–55min

  • วิ่ง Easy ต่อเนื่อง
  • ใช้ความเร็วช้าที่สุดในสัปดาห์
  • ไม่เกิน 60 นาที

วันอาทิตย์ — พัก

  • พักเต็ม

Note สัปดาห์ที่ 1

  • Interval 400m เป็นการฝึกคุณภาพ ไม่จำเป็นต้องเร็วที่สุด
  • วัน Easy 30–45 นาที เป็นวันฟื้นฟู ไม่เหมาะกับรองเท้า Carbon
  • โฟกัสความสม่ำเสมอมากกว่าความเร็ว

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย ฟื้นตัว เตรียมร่างกายก่อนวัน Interval และฝึกคุมความสบาย

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อย

Main set : Easy Run 40–45min

  • วิ่งแบบสบายๆ ต่อเนื่อง
  • หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
  • รู้สึกผ่อนคลาย ไม่เร่ง

Finisher : Stride 4 x 30–100m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ เพื่อปลุกระบบประสาท
  • เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่เร่งสุด
  • พักจนหายใจกลับมาปกติก่อนเริ่มครั้งถัดไป

วันอังคาร — Interval 400m + เวทขา (Low DOMS)

เป้าหมาย เพิ่มความคุ้นเคยกับ Interval โดยยังคุมความล้า

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อเตรียมการเคลื่อนไหว

Main set : Interval 400m

ฝึกวิ่งเป็นช่วงสั้น เพื่อพัฒนาจังหวะและการคุมความเร็ว

  • วิ่งระยะ 400 เมตร จำนวน 4 รอบ
  • ใช้ความเร็วที่เร็วกว่า Easy ชัดเจน แต่ยังคุมฟอร์มได้
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 90–120 วินาที ระหว่างแต่ละรอบ
  • ไม่เร่งรอบแรกเร็วเกินไป

Strength Training (Lower Body) 20–25min

  • เน้นท่าพื้นฐาน เช่น squat pattern, hip hinge และ core
  • ใช้น้ำหนักระดับกลาง
  • จบแล้วควรรู้สึกเมื่อย แต่ไม่ล้าหนัก

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม หรือ
  • Active recovery เบาๆ เช่น เดินหรือปั่นจักรยาน 20–30 นาที
  • Mobility เพิ่มได้ตามความรู้สึก

วันพฤหัส — Steady Run

เป้าหมาย สร้างความอึดในจังหวะที่ต้องโฟกัสมากขึ้น

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที

Main set : Steady Run 25min

  • หายใจแรงขึ้นกว่าวัน Easy
  • พูดได้เป็นวลีสั้นๆ
  • ยังควบคุมฟอร์มได้ ไม่เร่งจนแตก

Cool-down

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟู)

เป้าหมาย ฟื้นฟูร่างกายหลังวัน Interval และ Steady

Main set : Easy Run 30–45min

  • ยึดความสบายเป็นหลัก
  • ไม่สนความเร็ว
  • หากรู้สึกล้า ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

เป้าหมาย เพิ่มความอึดพื้นฐานอย่างปลอดภัย

Main set : Long Easy Run 55–60min

  • วิ่ง Easy ต่อเนื่อง
  • ไม่เกิน 60 นาที
  • ใช้ความเร็วช้าที่สุดในสัปดาห์

วันอาทิตย์ — พัก

  • พักเต็ม

Note สัปดาห์ที่ 2

  • สัปดาห์นี้เน้นความสม่ำเสมอ มากกว่าการเพิ่มความเร็ว
  • Interval 400m เป็นการฝึกจังหวะ ไม่ใช่การทุบสุด
  • วัน Easy 30–45 นาที เป็นวันฟื้นฟู ไม่เหมาะกับรองเท้า Carbon
  • หากรู้สึกล้า ให้ลดความเร็วในวัน Easy ก่อน ไม่ต้องลดวันซ้อม

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย ฟื้นตัวจากสัปดาห์ก่อน และเตรียมความพร้อมก่อนวัน Interval

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อย

Main set : Easy Run 40–45min

  • วิ่งแบบสบายๆ ต่อเนื่อง
  • หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
  • รู้สึกผ่อนคลาย ไม่กดดัน

Finisher : Stride 4 x 30–100m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ เพื่อปลุกระบบประสาท
  • เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่เร่งสุด
  • พักจนหายใจกลับมาปกติก่อนเริ่มครั้งถัดไป

วันอังคาร — Interval 400m + เวทขา (ควบคุมความล้า)

เป้าหมาย พัฒนาความเร็วและจังหวะ ด้วย Interval ที่ชัดเจนขึ้น แต่ยังคุมฟอร์มได้

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อเตรียมการเคลื่อนไหว

Main set : Interval 400m

ฝึกวิ่งเป็นช่วง เพื่อสร้างความคุ้นเคยกับความเร็วระดับ 5K

  • วิ่งระยะ 400 เมตร จำนวน 5 รอบ
  • ใช้ความเร็วที่ท้าทาย แต่ยังรักษาฟอร์มได้ตลอด
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 90–120 วินาที ระหว่างแต่ละรอบ
  • ควรรู้สึกว่ายังเหลือแรงหลังจบรอบสุดท้าย

Strength Training (Lower Body) 15–20min

  • ลดปริมาณจากสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย
  • เน้นการคุมท่าทางมากกว่าความหนัก
  • ไม่ทำให้เกิด DOMS หนักในวันถัดไป

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม หรือ
  • Active recovery เบาๆ 20–30 นาที
  • Mobility เพิ่มได้ตามความรู้สึก

วันพฤหัส — Tempo Run

เป้าหมาย เริ่มสร้างความอึดในความเร็วที่สูงขึ้นอย่างเป็นระบบ

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที

Main set : Tempo Run 2 x 10min

  • วิ่ง Tempo 10 นาที
  • พักด้วยการวิ่ง Easy หรือเดิน 3–4 นาที
  • ทำซ้ำอีก 1 รอบ
  • หายใจหนัก พูดได้เพียงคำสั้นๆ
  • ยังคุมฟอร์มและจังหวะได้

Cool-down

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟูจริง)

เป้าหมาย ฟื้นฟูร่างกายหลังวัน Interval และ Tempo

Main set : Easy Run 30–45min

  • ยึดความสบายเป็นหลัก
  • ไม่สนความเร็ว
  • หากรู้สึกล้า ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

เป้าหมาย เพิ่มความอึดพื้นฐาน โดยไม่สะสมความล้า

Main set : Long Easy Run 55–60min

  • วิ่ง Easy ต่อเนื่อง
  • ไม่เกิน 60 นาที
  • จบแล้วควรรู้สึกว่ายังสดพอสำหรับสัปดาห์ถัดไป

วันอาทิตย์ — พัก

  • พักเต็ม

Note สัปดาห์ที่ 3

  • Interval เริ่มเพิ่มจำนวนรอบ แต่ยังไม่ใช่การเร่งสุด
  • วัน Easy 30–45 นาที เป็นหัวใจของการฟื้นฟู หลีกเลี่ยงรองเท้า Carbon
  • หาก Tempo รู้สึกหนักเกิน ให้ลดความเร็ว ไม่จำเป็นต้องลดเวลา
  • เป้าหมายของสัปดาห์นี้คือความสม่ำเสมอและการจบสัปดาห์โดยไม่ล้า

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย ฟื้นตัวจากสัปดาห์ก่อน และเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับ Interval ระยะยาวขึ้น

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อย

Main set : Easy Run 40–45min

  • วิ่งแบบสบายๆ ต่อเนื่อง
  • หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
  • รู้สึกผ่อนคลาย ไม่เร่ง ไม่กดดัน

Finisher : Stride 4 x 30–100m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ เพื่อรักษาความคล่องตัวของขา
  • เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่เร่งสุด
  • พักจนหายใจกลับมาปกติก่อนเริ่มครั้งถัดไป

วันอังคาร — Interval 600m + เวทขา (ควบคุมคุณภาพ)

เป้าหมาย พัฒนาความสามารถในการรักษาความเร็วให้นานขึ้น โดยยังคุมฟอร์มได้

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อเตรียมการเคลื่อนไหว

Main set : Interval 600m

  • วิ่งระยะ 600 เมตร จำนวน 4 รอบ
  • ใช้ความเร็วที่รู้สึกท้าทาย แต่ยังควบคุมฟอร์มได้ตลอด
  • ไม่ออกตัวแรงในรอบแรก
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 120 วินาที ระหว่างแต่ละรอบ
  • จบแล้วควรรู้สึกว่ายังเหลือแรง

Strength Training (Lower Body) 15–20min

  • เน้นท่าพื้นฐาน เช่น squat pattern, hip hinge และ core
  • น้ำหนักระดับกลาง
  • ไม่เล่นจนขาล้าหนัก

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม หรือ
  • Active recovery เบาๆ 20–30 นาที
  • Mobility เพิ่มได้ตามความรู้สึก

วันพฤหัส — Tempo Run (ต่อเนื่อง)

เป้าหมาย พัฒนาความอึดในจังหวะที่ใกล้เคียงความเร็วแข่งขัน 5K มากขึ้น

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที

Main set : Tempo Run 25min

  • วิ่ง Tempo ต่อเนื่อง
  • หายใจหนัก พูดได้เพียงคำสั้นๆ
  • ต้องโฟกัสจังหวะและฟอร์ม
  • ไม่เร่งช่วงต้น เก็บความเร็วให้สม่ำเสมอ

Cool-down

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟู)

เป้าหมาย ฟื้นฟูร่างกายหลังวัน Interval และ Tempo

Main set : Easy Run 30–45min

  • ยึดความสบายเป็นหลัก
  • ไม่สนความเร็ว
  • หากรู้สึกล้า ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

เป้าหมาย เสริมความอึดพื้นฐาน โดยยังคุมความล้า

Main set : Long Easy Run 60min

  • วิ่ง Easy ต่อเนื่อง
  • จำกัดเวลาไม่เกิน 60 นาที
  • ใช้ความเร็วช้าที่สุดในสัปดาห์

วันอาทิตย์ — พัก

  • พักเต็ม

Note สัปดาห์ที่ 4

  • Interval ขยับเป็นระยะ 600 เมตร ต้องโฟกัสการคุมจังหวะมากกว่าความเร็ว
  • หากรู้สึกว่ารอบท้ายเริ่มเสียฟอร์ม แปลว่าความเร็วเร็วเกินไป
  • วัน Easy 30–45 นาที เป็นวันฟื้นฟู หลีกเลี่ยงรองเท้า Carbon
  • เป้าหมายของสัปดาห์นี้คือการ “รักษาคุณภาพให้ครบทุกวัน” มากกว่าการเร่งให้หนัก

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย ฟื้นตัวจากสัปดาห์ก่อน และเตรียมร่างกายก่อนเข้าสู่สัปดาห์ที่เริ่มมีโหลดชัดเจนขึ้น

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อย

Main set : Easy Run 40–45min

  • วิ่งแบบสบายๆ ต่อเนื่อง
  • หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
  • รู้สึกผ่อนคลาย ไม่เร่ง

Finisher : Stride 4 x 30–100m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ เพื่อรักษาความคล่องตัวของขา
  • เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่เร่งสุด
  • พักจนหายใจกลับมาปกติก่อนเริ่มครั้งถัดไป

วันอังคาร — Interval 600–800m + เวทขา

เป้าหมาย พัฒนาความสามารถในการรักษาความเร็วในระยะที่ยาวขึ้น โดยยังคุมฟอร์มได้

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อเตรียมระบบประสาท

Main set : Interval ผสมระยะ

  • วิ่ง 600 เมตร 2 รอบ
  • ตามด้วยวิ่ง 800 เมตร 1 รอบ
  • ใช้ความเร็วใกล้เคียงกันทุกระยะ
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 120–150 วินาที ระหว่างแต่ละรอบ
  • โฟกัสฟอร์มและจังหวะ ไม่เร่งช่วงต้น

Strength Training (Lower Body) 15–20min

  • เน้นท่าพื้นฐาน เช่น squat, hinge และ core
  • น้ำหนักระดับกลาง
  • ไม่เล่นจนเกิด DOMS หนัก

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม หรือ
  • Active recovery เบาๆ 20–30 นาที
  • Mobility ตามความรู้สึก

วันพฤหัส — Tempo Run (นิ่งและยาวขึ้น)

เป้าหมาย เสริมความอึดในจังหวะใกล้เคียงความเร็ว 5K

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที

Main set : Tempo Run 30min

  • วิ่ง Tempo ต่อเนื่อง
  • หายใจหนัก พูดได้เพียงคำสั้นๆ
  • ต้องรู้สึกว่าหนัก แต่ยังประคองได้จนจบ
  • ความเร็วควรนิ่งตั้งแต่ต้นจนจบ

Cool-down

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟูจริง)

เป้าหมาย ฟื้นฟูร่างกายหลังวัน Interval และ Tempo

Main set : Easy Run 30–45min

  • ยึดความสบายเป็นหลัก
  • ไม่สนความเร็ว
  • หากรู้สึกล้า ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

เป้าหมาย เสริมความอึดพื้นฐาน โดยไม่สะสมความล้า

Main set : Long Easy Run 60min

  • วิ่ง Easy ต่อเนื่อง
  • จำกัดเวลาไม่เกิน 60 นาที
  • จบแล้วควรรู้สึกว่ายังสดพอ

วันอาทิตย์ — พัก

  • พักเต็ม

Note สัปดาห์ที่ 5

  • Interval ระยะ 800 เมตร ต้องคุมจังหวะ ไม่ควรเร่งเร็วกว่าระยะ 600 เมตรมาก
  • หาก Tempo 30 นาทีรู้สึกหนักเกิน ให้ลดความเร็ว ไม่ต้องลดเวลา
  • วัน Easy 30–45 นาที เป็นหัวใจของการฟื้นฟู หลีกเลี่ยงรองเท้า Carbon
  • เป้าหมายของสัปดาห์นี้คือการ “รักษาความนิ่งของคุณภาพ” ไม่ใช่เร่งให้หนักกว่าเดิม

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย ฟื้นตัวจากสัปดาห์โหลดสูง และเตรียมร่างกายก่อนวัน Interval

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อย

Main set : Easy Run 40–45min

  • วิ่งแบบสบายๆ ต่อเนื่อง
  • หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
  • รู้สึกผ่อนคลาย ไม่เร่ง

Finisher : Stride 4 x 30–100m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ เพื่อคงความคล่องตัวของขา
  • เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่เร่งสุด
  • พักจนหายใจกลับมาปกติก่อนเริ่มครั้งถัดไป

วันอังคาร — Interval 800m (คุณภาพหลักของสัปดาห์)

เป้าหมาย พัฒนาความสามารถในการรักษาความเร็วใกล้เคียง 5K ให้นานขึ้น

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อเตรียมระบบประสาทและฟอร์ม

Main set : Interval 800m

  • วิ่งระยะ 800 เมตร จำนวน 3 รอบ
  • ใช้ความเร็วที่ท้าทาย แต่ยังควบคุมฟอร์มได้ตลอด
  • ห้ามเร่งรอบแรกเร็วเกินไป
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 150–180 วินาที ระหว่างแต่ละรอบ
  • จบแล้วควรรู้สึกว่า “หนักแต่ไม่แตก”

Strength Training (Lower Body) 15–20min

  • ลดปริมาณจากสัปดาห์ก่อน
  • เน้นคุมท่าทางและความมั่นคง
  • ไม่ควรทำให้ขาล้าต่อเนื่องถึงวันถัดไป

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม หรือ
  • Active recovery เบาๆ 20–30 นาที
  • Mobility ตามความสบาย

วันพฤหัส — Tempo Run (คุมจังหวะ)

เป้าหมาย รักษาความอึดในความเร็วที่ควบคุมได้

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที

Main set : Tempo Run 25–30min

  • วิ่ง Tempo ต่อเนื่อง
  • หายใจหนัก พูดได้เพียงคำสั้นๆ
  • จังหวะควรนิ่ง ไม่ไหลเร็วช่วงต้น
  • จบแล้วควรรู้สึกว่ายังเหลือแรงเล็กน้อย

Cool-down

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟู)

เป้าหมาย ฟื้นฟูร่างกายหลังวันคุณภาพ

Main set : Easy Run 30–45min

  • ยึดความสบายเป็นหลัก
  • ไม่สนความเร็ว
  • หากรู้สึกล้า ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

เป้าหมาย รักษาความอึดโดยไม่เพิ่มความล้า

Main set : Long Easy Run 55–60min

  • วิ่ง Easy ต่อเนื่อง
  • จำกัดเวลาไม่เกิน 60 นาที
  • จบแล้วควรรู้สึกพร้อมสำหรับสัปดาห์ถัดไป

วันอาทิตย์ — พัก

  • พักเต็ม

Note สัปดาห์ที่ 6

  • Interval 800 เมตร เป็นหัวใจของสัปดาห์นี้ ต้องคุมจังหวะให้ดี
  • หากรอบสุดท้ายฟอร์มเริ่มเสีย แปลว่าความเร็วสูงเกินไป
  • วัน Easy 30–45 นาที เป็นวันฟื้นฟู หลีกเลี่ยงรองเท้า Carbon
  • เป้าหมายคือ “รักษาคุณภาพโดยไม่สะสมความล้า”

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย ฟื้นตัว ลดความล้าสะสม และเตรียมร่างกายก่อนวัน Interval

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อย

Main set : Easy Run 40–45min

  • วิ่งแบบสบายๆ ต่อเนื่อง
  • หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
  • จบแล้วควรรู้สึกสด ไม่ล้า

Finisher : Stride 4 x 30–80m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ เพื่อรักษาความคมของขา
  • เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่เร่งสุด
  • พักจนหายใจกลับมาปกติก่อนเริ่มครั้งถัดไป

วันอังคาร — Interval 600–800m (ลดปริมาณ)

เป้าหมาย รักษาคุณภาพของความเร็ว โดยไม่สร้างความล้าเพิ่ม

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อเตรียมระบบประสาท

Main set : Interval ผสมระยะ

  • วิ่ง 600 เมตร 1 รอบ
  • ตามด้วยวิ่ง 800 เมตร 1 รอบ
  • ใช้ความเร็วที่คุมได้ ไม่ฝืน
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 150–180 วินาที ระหว่างแต่ละรอบ
  • โฟกัสฟอร์มและความรู้สึกคม ไม่ทุบ

Strength Training (Lower Body เบา) 10–15min

  • ลดน้ำหนักและจำนวนเซ็ตลง
  • เน้นการเคลื่อนไหวและการคุมท่าทาง
  • ไม่ควรทำให้ขาล้าค้าง

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม หรือ
  • Active recovery เบาๆ 20–30 นาที
  • Mobility ตามความสบาย

วันพฤหัส — Tempo Run (สั้นและนิ่ง)

เป้าหมาย รักษาความรู้สึกของจังหวะใกล้เคียงความเร็ว 5K

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที

Main set : Tempo Run 20–25min

  • วิ่ง Tempo ต่อเนื่อง
  • หายใจหนัก พูดได้เพียงคำสั้นๆ
  • จังหวะควรนิ่งตั้งแต่ต้นจนจบ
  • จบแล้วยังรู้สึกว่าอยากวิ่งต่อได้

Cool-down

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟู)

เป้าหมาย ฟื้นฟูร่างกายให้สดก่อนช่วงท้ายของโปรแกรม

Main set : Easy Run 30–45min

  • ยึดความสบายเป็นหลัก
  • ไม่สนความเร็ว
  • ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

เป้าหมาย รักษาความอึด โดยไม่เพิ่มความล้า

Main set : Long Easy Run 50–55min

  • ลดเวลาลงจากสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย
  • ยังคงความสบายและความต่อเนื่อง
  • จบแล้วควรรู้สึกเบาและฟื้นตัวง่าย

วันอาทิตย์ — พัก

  • พักเต็ม

Note สัปดาห์ที่ 7

  • สัปดาห์นี้เริ่มลดปริมาณ แต่ยังคงคุณภาพของ Interval และ Tempo
  • หากรู้สึกสดมาก ไม่จำเป็นต้องเพิ่มความเร็ว ให้คุมจังหวะตามแผน
  • วัน Easy 30–45 นาที เป็นวันฟื้นฟู หลีกเลี่ยงรองเท้า Carbon
  • เป้าหมายคือจบสัปดาห์นี้ด้วยความรู้สึกสด พร้อมเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของโปรแกรม

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย ฟื้นตัว ลดความล้าสะสม และรักษาความรู้สึกสบายของร่างกาย

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อย

Main set : Easy Run 40–45min

  • วิ่งแบบสบายๆ ต่อเนื่อง
  • หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
  • จบแล้วควรรู้สึกผ่อนคลาย ไม่ล้า

Finisher : Stride 4 x 30–80m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ เพื่อรักษาความคมของขา
  • เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่เร่งสุด
  • พักจนหายใจกลับมาปกติก่อนเริ่มครั้งถัดไป

วันอังคาร — Interval 400–600m (คม แต่ไม่หนัก)

เป้าหมาย รักษาความเร็วและระบบประสาท โดยไม่สร้างความล้าเพิ่ม

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อปลุกระบบประสาท

Main set : Interval ผสมระยะ

  • วิ่ง 400 เมตร 2 รอบ
  • ตามด้วยวิ่ง 600 เมตร 1 รอบ
  • ใช้ความเร็วที่รู้สึกคม แต่ยังคุมฟอร์มได้
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 120–150 วินาที ระหว่างแต่ละรอบ
  • หยุดทันทีหากฟอร์มเริ่มเสีย

Strength Training (Lower Body เบามาก) 10–15min

  • ลดน้ำหนักและจำนวนเซ็ตลงอย่างชัดเจน
  • เน้นการเคลื่อนไหวและความมั่นคง
  • ไม่ควรทำให้เกิดความล้าค้าง

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม
  • หรือเดินเบาๆ และ mobility ตามความสบาย

วันพฤหัส — Tempo Run (สั้นและนิ่ง)

เป้าหมาย รักษาความรู้สึกของจังหวะเป้าหมาย โดยไม่สะสมความล้า

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที

Main set : Tempo Run 15–20min

  • วิ่ง Tempo แบบคุมตัวเอง
  • หายใจหนัก แต่ยังรู้สึกควบคุมได้
  • จบแล้วควรรู้สึกว่ายังเหลือแรง

Cool-down

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟู)

เป้าหมาย ฟื้นฟูร่างกายและรักษาความสด

Main set : Easy Run 30–40min

  • วิ่งสบายมาก
  • ไม่สนความเร็ว
  • ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

เป้าหมาย รักษาความอึดโดยไม่เพิ่มความล้า

Main set : Long Easy Run 45–50min

  • ลดเวลาลงจากสัปดาห์ก่อน
  • ยังคงความสบายและความต่อเนื่อง
  • จบแล้วควรรู้สึกสดและฟื้นตัวง่าย

วันอาทิตย์ — พัก

  • พักเต็ม

Note สัปดาห์ที่ 8

  • สัปดาห์นี้เน้นความสดและความคม มากกว่าปริมาณ
  • Interval และ Tempo ควรจบด้วยความรู้สึกอยากวิ่งต่อ ไม่ใช่หมดแรง
  • วัน Easy 30–45 นาที เป็นวันฟื้นฟู หลีกเลี่ยงรองเท้า Carbon
  • เป้าหมายคือเข้าสู่สัปดาห์ถัดไปด้วยร่างกายที่พร้อมและไม่มีความล้าสะสม

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย ฟื้นตัวจากสัปดาห์ก่อน และเตรียมร่างกายสำหรับสัปดาห์ที่คุณภาพการซ้อมเริ่มชัดเจนมากขึ้น

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อย

Main set : Easy Run 40–45min

  • วิ่งแบบสบายๆ ต่อเนื่อง
  • หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
  • รู้สึกผ่อนคลาย ไม่เร่ง ไม่กดดัน

Finisher : Stride 4 x 30–100m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ เพื่อรักษาความคมของขา
  • เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่เร่งสุด
  • พักจนหายใจกลับมาปกติก่อนเริ่มครั้งถัดไป

วันอังคาร — Interval 800m (คุณภาพหลัก)

เป้าหมาย พัฒนาความสามารถในการรักษาความเร็วระดับใกล้ 5K ให้นานขึ้นอย่างมีคุณภาพ

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อเตรียมระบบประสาทและฟอร์ม

Main set : Interval 800m

  • วิ่งระยะ 800 เมตร จำนวน 3–4 รอบ
  • ใช้ความเร็วที่ท้าทาย แต่ยังควบคุมฟอร์มได้ตลอด
  • ห้ามเร่งรอบแรกแรงเกินไป
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 150–180 วินาที ระหว่างแต่ละรอบ
  • รอบสุดท้ายควรยังรักษาฟอร์มได้

Strength Training (Lower Body คุมปริมาณ) 15–20min

  • เน้นท่าพื้นฐาน เช่น squat, hinge และ core
  • น้ำหนักระดับกลาง
  • ไม่ควรทำให้เกิด DOMS ค้างยาว

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม หรือ
  • Active recovery เบาๆ 20–30 นาที
  • Mobility ตามความสบาย

วันพฤหัส — Tempo Run (ใกล้ความเร็วแข่งขัน)

เป้าหมาย สร้างความคุ้นเคยกับจังหวะที่ใกล้เคียงการวิ่ง 5K จริง

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที

Main set : Tempo Run 30min

  • วิ่ง Tempo ต่อเนื่อง
  • หายใจหนัก พูดได้เพียงคำสั้นๆ
  • จังหวะควรนิ่ง ไม่เร่งช่วงต้น
  • รู้สึกว่าหนัก แต่ยังคุมได้จนจบ

Cool-down

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟู)

เป้าหมาย ฟื้นฟูร่างกายหลังวันคุณภาพหนัก

Main set : Easy Run 30–45min

  • ยึดความสบายเป็นหลัก
  • ไม่สนความเร็ว
  • หากรู้สึกล้า ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

เป้าหมาย รักษาความอึดพื้นฐานโดยไม่เพิ่มความล้า

Main set : Long Easy Run 55–60min

  • วิ่ง Easy ต่อเนื่อง
  • จำกัดเวลาไม่เกิน 60 นาที
  • จบแล้วควรรู้สึกว่ายังมีแรงเหลือ

วันอาทิตย์ — พัก

  • พักเต็ม

Note สัปดาห์ที่ 9

  • Interval 800 เมตร เป็นแกนหลักของสัปดาห์นี้ ต้องคุมจังหวะให้ดี
  • หากรอบสุดท้ายเริ่มเสียฟอร์ม ให้ลดจำนวนรอบ ไม่เพิ่มความเร็ว
  • วัน Easy 30–45 นาที เป็นวันฟื้นฟู หลีกเลี่ยงรองเท้า Carbon
  • เป้าหมายคือ “คุณภาพนิ่ง + ฟื้นตัวได้ทัน” ไม่ใช่ทุบให้หมดแรง

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย ลดความล้าสะสม รักษาความสดของร่างกาย และเตรียมระบบประสาท

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อย

Main set : Easy Run 35–40min

  • วิ่งสบาย ต่อเนื่อง
  • หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
  • จบแล้วควรรู้สึกสด

Finisher : Stride 4 x 30–80m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ เพื่อคงความคมของขา
  • เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่เร่งสุด
  • พักจนหายใจกลับมาปกติก่อนเริ่มครั้งถัดไป

วันอังคาร — Interval 400–600m (คุมคุณภาพ)

เป้าหมาย รักษาความเร็วเป้าหมาย 5K โดยไม่สะสมความล้า

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อปลุกระบบประสาท

Main set : Interval ผสมระยะ

  • วิ่ง 400 เมตร 2 รอบ
  • ตามด้วยวิ่ง 600 เมตร 1 รอบ
  • ใช้ความเร็วใกล้เคียงกันทุกระยะ
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 120–150 วินาที ระหว่างแต่ละรอบ
  • โฟกัสความลื่นของฟอร์ม ไม่ทุบ

Strength Training (Lower Body เบามาก) 10–12min

  • ลดน้ำหนักและจำนวนเซ็ตลง
  • เน้น activation และการคุมท่าทาง
  • ไม่ควรทำให้ขาล้า

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม หรือ
  • เดินเบาๆ และ mobility ตามความสบาย

วันพฤหัส — Tempo Run (สั้นและคุมจังหวะ)

เป้าหมาย รักษาความรู้สึกของจังหวะเป้าหมาย โดยไม่สะสมความเหนื่อย

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที

Main set : Tempo Run 20–25min

  • วิ่ง Tempo ต่อเนื่อง
  • หายใจหนัก แต่ยังควบคุมได้
  • จบแล้วควรรู้สึกว่าอยากวิ่งต่อได้

Cool-down

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟู)

เป้าหมาย ฟื้นฟูร่างกายและรักษาความสด

Main set : Easy Run 30–40min

  • วิ่งสบายมาก
  • ไม่สนความเร็ว
  • ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

เป้าหมาย รักษาความอึดพื้นฐาน โดยไม่เพิ่มความล้า

Main set : Long Easy Run 45–50min

  • ลดเวลาลงจากสัปดาห์ก่อน
  • ยังคงความสบายและความต่อเนื่อง
  • จบแล้วควรรู้สึกเบาและฟื้นตัวง่าย

วันอาทิตย์ — พัก

  • พักเต็ม

Note สัปดาห์ที่ 10

  • เริ่ม Taper ชัดเจน ลดปริมาณ แต่ยังรักษาความเร็วเป้าหมาย
  • Interval และ Tempo ต้องจบด้วยความรู้สึกคม ไม่ล้า
  • วัน Easy 30–45 นาที เป็นวันฟื้นฟู หลีกเลี่ยงรองเท้า Carbon
  • เป้าหมายคือเข้าสู่สัปดาห์ถัดไปด้วยร่างกายที่สดและตอบสนองดี

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย ฟื้นตัว รักษาความสด และคงความรู้สึกลื่นของการวิ่ง

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อย

Main set : Easy Run 30–35min

  • วิ่งสบาย ต่อเนื่อง
  • หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
  • จบแล้วควรรู้สึกเบาและสด

Finisher : Stride 3–4 x 30–80m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ เพื่อคงความคมของขา
  • เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่เร่งสุด
  • พักจนหายใจกลับมาปกติก่อนเริ่มครั้งถัดไป

วันอังคาร — Interval 400m (คมและสั้น)

เป้าหมาย รักษาความเร็วเป้าหมาย 5K และความมั่นใจ โดยไม่สร้างความล้า

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อปลุกระบบประสาท

Main set : Interval 400m

  • วิ่งระยะ 400 เมตร จำนวน 3 รอบ
  • ใช้ความเร็วใกล้เคียงหรือเท่าความเร็วเป้าหมาย 5K
  • โฟกัสฟอร์ม การก้าว และจังหวะแขน
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 120 วินาที ระหว่างแต่ละรอบ
  • จบแล้วยังรู้สึกคม ไม่ล้า

Strength Training (Lower Body เบามาก) 8–10min

  • เน้น activation เช่น glute, core
  • หลีกเลี่ยงการใช้น้ำหนัก
  • ไม่ควรทำให้กล้ามเนื้อเมื่อยค้าง

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม
  • หรือเดินเบาๆ และ mobility ตามความสบาย

วันพฤหัส — Tempo Run (สั้นมาก)

เป้าหมาย รักษาความรู้สึกของจังหวะ โดยไม่สะสมความเหนื่อย

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที

Main set : Tempo Run 15–20min

  • วิ่ง Tempo แบบคุมตัวเอง
  • หายใจหนัก แต่ยังรู้สึกควบคุมได้
  • จบแล้วควรรู้สึกสดและมั่นใจ

Cool-down

  • วิ่ง Easy 5–10 นาที
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟู)

เป้าหมาย รักษาความสดของร่างกายก่อนสัปดาห์สุดท้าย

Main set : Easy Run 25–35min

  • วิ่งสบายมาก
  • ไม่สนความเร็ว
  • ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run (สั้นลง)

เป้าหมาย คงความอึดพื้นฐานโดยไม่เพิ่มความล้า

Main set : Long Easy Run 40–45min

  • ลดเวลาลงอย่างชัดเจน
  • ยึดความสบายเป็นหลัก
  • จบแล้วควรรู้สึกเบา ฟื้นตัวเร็ว

วันอาทิตย์ — พัก

  • พักเต็ม

Note สัปดาห์ที่ 11

  • สัปดาห์นี้เน้นความสดและความมั่นใจ ไม่เน้นความเหนื่อย
  • Interval 400 เมตร ทำหน้าที่ปลุกความเร็ว ไม่ใช่ทดสอบขีดจำกัด
  • วัน Easy 25–35 นาที เป็นวันฟื้นฟู หลีกเลี่ยงรองเท้า Carbon
  • หากรู้สึกล้าเกินคาด ให้ตัด Finisher หรือ Tempo ออกได้

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย รักษาความสบาย ลดความตึงของกล้ามเนื้อ และคงจังหวะการวิ่งให้เป็นธรรมชาติ

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย ไม่จำเป็นต้องเกลือแร่เข้มข้น

Main set : Easy Run 25–30min

  • วิ่งสบายมาก
  • หายใจทางจมูกได้เกือบตลอด
  • พูดคุยได้ตามปกติ
  • จบแล้วควรรู้สึกเบา ไม่เมื่อย

Finisher : Stride 3 x 30–60m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ เพื่อปลุกระบบประสาท
  • เร่งเพียงเล็กน้อย ไม่ออกตัวแรง
  • พักจนหายใจกลับมาปกติ

วันอังคาร — Speed Tune (สั้น คม ไม่ล้า)

เป้าหมาย เตือนร่างกายถึงความเร็วเป้าหมาย 5K โดยไม่สร้างความล้า

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อปลุกการเคลื่อนไหว

Main set : Short Interval

  • วิ่งระยะ 200 เมตร จำนวน 3–4 รอบ
  • ใช้ความเร็วประมาณความเร็วเป้าหมาย 5K หรือเร็วกว่านิดเดียว
  • โฟกัสฟอร์ม ความลื่น และจังหวะก้าว
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 90–120 วินาที
  • จบแล้วควรรู้สึกคม ไม่หอบ

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม
  • หรือเดินเบาๆ และ mobility สั้นๆ

วันพฤหัส — Easy Run + Stride (เปิดขา)

เป้าหมาย รักษาความสบายและเปิดระบบก่อนวันใช้งานจริง

Main set : Easy Run 20–25min

  • วิ่งสบายมาก
  • ไม่โฟกัสความเร็ว
  • จบแล้วรู้สึกอยากวิ่งต่อได้

Finisher : Stride 3 x 30–60m

  • เพิ่มความเร็วเล็กน้อย
  • ไม่เร่ง ไม่กระแทก
  • พักจนหายใจกลับมาปกติ

วันศุกร์ — พัก

  • พักเต็ม
  • เน้นการนอนและดื่มน้ำให้เพียงพอ

วันเสาร์ — Optional Shake-out

เป้าหมาย คลายความตึง หากรู้สึกอึดอัดจากการพัก

Main set : Easy Jog 10–15min

  • วิ่งเบามาก หรือเดินเร็ว
  • ทำเฉพาะกรณีที่รู้สึกอยากขยับร่างกาย
  • จบแล้วควรรู้สึกสบาย ไม่เหนื่อย

วันอาทิตย์ — Race / Time Trial 5K

เป้าหมาย ใช้งานศักยภาพที่สะสมมาตลอด 12 สัปดาห์

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10–15 นาที
  • Stride 3–4 ครั้ง ระยะสั้น

Main set : 5K Effort

  • ออกตัวแบบคุมจังหวะ ไม่เร่งเกิน
  • โฟกัสฟอร์ม การหายใจ และจังหวะก้าว
  • ครึ่งหลังค่อยเพิ่มความเร็วตามความรู้สึก

Cool-down

  • วิ่งหรือเดินเบาๆ 10 นาที
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้ออย่างนุ่มนวล

Note สัปดาห์ที่ 12

  • สัปดาห์นี้ไม่ควรรู้สึกล้า หากรู้สึกล้า แปลว่าหนักเกินไป
  • ทุกการซ้อมควรจบด้วยความรู้สึกสด
  • ไม่จำเป็นต้องใช้รองเท้า Carbon ในวันซ้อม Easy
  • วันแข่งหรือ Time Trial ใช้รองเท้าที่คุ้นเคยที่สุด
  • เป้าหมายไม่ใช่กดเวลา แต่คือการ “ใช้งานร่างกายที่พร้อมที่สุด”

โปรแกรมฝึก 5K (12 สัปดาห์นี้) นักวิ่งจะได้อะไรบ้าง?

ตารางวิ่ง 5K ระยะเวลา 12 สัปดาห์นี้ ถูกออกแบบสำหรับนักวิ่งทั่วไปที่ต้องการพัฒนาอย่างจริงจัง จากระดับ “วิ่งได้” ไปสู่ “วิ่งได้ดีขึ้น” ด้วยโครงสร้างการซ้อมที่ชัดเจน ครอบคลุม Easy, Interval, Tempo และ Long Run โดยยังคุมเพดานการฝึกไม่ให้เกินความสามารถของร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ โปรแกรมซ้อมวิ่ง 5k เป็นกรอบหลักในการพัฒนาระยะยาว

  • สะสมความฟิตและความอึดอย่างเป็นระบบ ไม่เร่ง ไม่ข้ามขั้น
  • เข้าใจการใช้ Interval ระยะ 400–800 เมตร เพื่อพัฒนาความเร็วจริง
  • คุมจังหวะ Tempo ได้ดีขึ้น ทำให้วิ่ง 5K ได้นิ่งและมั่นคง
  • รู้จักการฟื้นตัวและการจัดการความล้า ไม่ซ้อมหนักต่อเนื่องจนพัง
  • แยกแยะบทบาทของวัน Easy วันหนัก และวันพักได้ชัดเจน
  • ลดความเสี่ยงการบาดเจ็บจากการซ้อมตามอารมณ์หรือซ้อมเกินเพดาน

เมื่อจบครบ 12 สัปดาห์ นักวิ่งส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าตัวเอง “อ่านร่างกายออก” มากขึ้น รู้ว่าควรเร่งเมื่อไร ผ่อนเมื่อไร และสามารถควบคุมฟอร์มกับความเหนื่อยได้ตลอดระยะ 5K

ถ้าระหว่างการฝึกซ้อมมีวันขาด หรือจำเป็นต้องหยุด ควรทำอย่างไร

โปรแกรมวิ่ง 5 กิโลเมตร นี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้ในชีวิตจริง การขาดซ้อมหรือพักเพิ่มบางวันไม่ใช่ความล้มเหลว สิ่งสำคัญคือการกลับมาอย่างถูกจังหวะโดยไม่ทำลายโครงสร้างการฝึก

กรณีที่ขาดซ้อม 1 วัน

  • ไม่ต้องนำวันซ้อมที่ขาดไปชดเชย
  • กลับมาซ้อมตามตารางของวันถัดไปตามปกติ
  • หลีกเลี่ยงการนำวันซ้อมหนักมาซ้อนกัน

ตัวอย่าง หากพลาดวัน Interval ให้ข้ามไป และทำวัน Easy หรือวันถัดไปตามแผน

กรณีที่ขาดวันซ้อมหนัก เช่น Interval หรือ Tempo

  • ไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปทำย้อนหลัง
  • ให้รักษาวัน Easy และวันพักตามโครงสร้างเดิม
  • รอทำวันซ้อมหนักในสัปดาห์ถัดไป

การพยายามชดเชยวันหนักมักทำให้ความล้าสะสมมากกว่าผลดี

กรณีที่วิ่งไม่ไหว รู้สึกล้าเกินปกติในวันซ้อม

  • ลดความเร็วลงทันที โดยไม่ต้องลดเวลา
  • หากยังไม่ดีขึ้น สามารถตัด Finisher หรือ Interval ออกได้
  • เปลี่ยนวันนั้นให้เป็น Easy Run หรือ Active Recovery

สัญญาณล้าเป็นข้อมูลสำคัญ ไม่ใช่สิ่งที่ต้องฝืน

กรณีที่ไม่ได้วิ่งเพราะติดธุระ 3–4 วัน

  • เริ่มกลับมาด้วย Easy Run ก่อนเสมอ
  • ลดเวลาวิ่งลงประมาณ 10–20 นาทีจากที่เคยทำ
  • งด Interval และ Tempo อย่างน้อย 1–2 ครั้งแรก

เป้าหมายคือให้ร่างกายกลับมาคุ้นกับแรงกระแทกและจังหวะ ไม่ใช่รีบกลับไปที่ความเร็วเดิม

กรณีป่วย หรือหยุดวิ่งมาแล้วประมาณ 7 วัน

  • เริ่มด้วย Easy Run สั้น 20–30 นาที
  • โฟกัสความสบายและการหายใจเป็นหลัก
  • เพิ่มเวลาวิ่งทีละน้อยในครั้งถัดไป
  • เลื่อนวัน Interval และ Tempo ออกไปอย่างน้อย 1 สัปดาห์

หากหัวใจเต้นแรงผิดปกติ เหนื่อยง่าย หรือเวียนหัว ควรหยุดและให้ความสำคัญกับการพักก่อน

หลักคิดสำคัญในการปรับโปรแกรมให้ยืดหยุ่น

  • วัน Easy คือฐานของทุกอย่าง หากต้องตัด ให้ตัดวันหนักก่อน
  • ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการทำตามตารางได้ครบทุกช่อง
  • การพักคือส่วนหนึ่งของการพัฒนา ไม่ใช่การถอยหลัง
  • ฟังสัญญาณร่างกายเสมอ แม้ตารางจะบอกให้ซ้อม

โปรแกรมฝึกวิ่ง 12 สัปดาห์นี้จะได้ผลดีที่สุด เมื่อใช้เป็นกรอบนำทาง ไม่ใช่กฎตายตัว นักวิ่งที่พัฒนาได้จริงคือคนที่รู้จักปรับแผนให้เข้ากับร่างกายและชีวิตของตัวเอง

สมัครรับจดหมายข่าวของเราเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับ OTC Running Team

Loading...
Scroll to Top