ตารางซ้อมวิ่ง 5K (6 สัปดาห์) สำหรับนักวิ่งทั่วไป
โปรแกรมฝึกซ้อมวิ่งระยะ 5km - Fun Run สำหรับกลุ่มนักวิ่งทั่วไป (ระยะเวลาการซ้อมโดยประมาณ 6 สัปดาห์ - 1.6 เดือน)
สัปดาห์ที่ 1
สัปดาห์ที่ 1 เน้นวางกรอบการซ้อมให้ชัดเจน ฝึกคุมความเหนื่อยให้เป็น และจัดสมดุลระหว่างวันสบาย วันคุณภาพ และวันพัก เพื่อให้ร่างกายเริ่มฟื้นตัวและปรับตัวได้อย่างเหมาะสม เหมาะกับนักวิ่งที่วิ่งเป็นประจำและต้องการซ้อมอย่างมีโครงสร้าง
วันจันทร์ — Easy Run + Mobility
เป้าหมาย ฟื้นตัว เปิดระบบร่างกาย และฝึกการคุมความสบายในการวิ่ง
Warm-up
- Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
- ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
- ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อยระหว่างเตรียมตัว
Main set : Easy Run 45min
วิ่งแบบสบายๆ ต่อเนื่อง 45 นาที ไม่เน้นความเร็ว เน้นความผ่อนคลายและความต่อเนื่อง
- หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
- มีหอบเล็กน้อย เหงื่อออกตามปกติ
- ยังสามารถพูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
- วิ่งได้เรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกกดดัน
กรณีมีนาฬิกาวัดชีพจร
- ควบคุม HR ประมาณ 125–140 bpm
- ไม่จำเป็นต้องแช่ตัวเลข แค่พยายามไม่ให้เกินเพดาน
- โฟกัสให้สอดคล้องกับลมหายใจเป็นหลัก
Finisher : Stride 4 x 30–100m
วิ่งเร็วสั้นๆ เพื่อปลุกระบบประสาทและความคล่องตัวของขา
- ทำทั้งหมด 4 ครั้ง
- แต่ละครั้งวิ่งระยะสั้นประมาณ 30–100 เมตร
- เริ่มจากความเร็วช้า แล้วค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย
- เมื่อใกล้จบระยะทาง ให้ลดความเร็วลงอย่างนุ่มนวล
- ไม่เร่งสุด และไม่กระแทก
- พักด้วยการเดินหรือวิ่งเหยาะๆ กลับจุดเริ่มต้น
- เริ่มครั้งถัดไปเมื่อหายใจกลับมาปกติ
วันอังคาร — วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น + เวทขา (Low DOMS)
เป้าหมาย กระตุ้นความเร็วและระบบประสาท โดยไม่ทำให้ขาล้าหนักจนกระทบวันถัดไป
Warm-up
- วิ่ง Easy 10 นาที
- Drill ขาเบาๆ เช่น high knee, butt kick
Main set : วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น 6 รอบ
ทำทั้งหมด 6 รอบ โดยแต่ละรอบใช้รูปแบบเดียวกัน
- วิ่งให้เร็วขึ้นจากปกติเป็นเวลา 30 วินาที
- เป็นความเร็วที่รู้สึกเหนื่อย พูดไม่ได้ แต่ยังคุมฟอร์มได้
- เมื่อครบ 30 วินาที ให้ลดความเร็วลง
- พักฟื้นด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 90–120 วินาที
- เริ่มรอบถัดไปเมื่อหายใจกลับมาใกล้ปกติ
หากรอบหลังๆ รู้สึกว่าเร่งไม่ออก หรือฟอร์มเริ่มเสีย ให้ลดความเร็วลงเล็กน้อยเพื่อรักษาคุณภาพการซ้อม
Strength Training (Lower Body) 20–25min
- เน้นท่าพื้นฐาน เช่น squat pattern, hip hinge และ core
- ใช้น้ำหนักระดับกลาง จำนวนครั้งไม่สูง
- คุมท่าทาง ไม่เล่นจนล้า
- เป้าหมายคือกระตุ้นกล้ามเนื้อ ไม่ใช่ทำลาย
วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว
เป้าหมาย เปิดโอกาสให้ร่างกายเริ่มฟื้นตัวและเกิดการปรับตัว
- พักเต็ม หรือ
- ทำ active recovery เบาๆ เช่น เดินหรือปั่นจักรยาน 20–30 นาที
- ทำ mobility เพิ่มได้ตามความรู้สึก
วันพฤหัส — Steady Run
เป้าหมาย ฝึกความอึดในระดับที่ต้องโฟกัส แต่ยังควบคุมตัวเองได้
Warm-up
- วิ่ง Easy 10 นาที
Main set : Steady Run 20min
วิ่งต่อเนื่อง 20 นาที ด้วยความเร็วที่หนักกว่า Easy ชัดเจน แต่ยังไม่ถึงระดับเร่งสุด
- หายใจแรงขึ้นกว่าวัน Easy
- พูดได้เป็นวลีสั้นๆ
- ต้องโฟกัสกับจังหวะการวิ่ง
- ยังควบคุมฟอร์มได้ ไม่หลุด
Cool-down
- วิ่ง Easy 10 นาที
- ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ หลังจบการวิ่ง
วันศุกร์ — Easy Run + เวทช่วงบน
เป้าหมาย รักษาความต่อเนื่องของการวิ่ง และเสริมความแข็งแรงโดยไม่กระทบขา
Main set : Easy Run 40min
- วิ่งแบบสบายๆ ต่อเนื่อง 40 นาที
- ยังสามารถพูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
- จบแล้วควรรู้สึกว่ายังเหลือแรง
Strength Training (Upper + Core) 25min
- เน้นกล้ามเนื้อช่วงบนและแกนกลางลำตัว
- คุมท่าทางและความต่อเนื่อง
- ไม่เล่นจนล้าเกินไป
วันเสาร์ — Long Easy Run
เป้าหมาย เพิ่มความอึดด้วยความสม่ำเสมอ โดยไม่สะสมความล้ามากเกินไป
Main set : Long Easy Run 55min
- วิ่ง Easy ต่อเนื่อง 55 นาที
- ใช้ความเร็วช้าที่สุดในสัปดาห์
- เน้นความต่อเนื่องและความสบาย
- หากเริ่มพูดไม่ออกหรือหายใจเร็ว ให้ชะลอลงทันที
วันอาทิตย์ — พัก
- พักเต็ม
- ไม่จำเป็นต้องซ้อมเสริม
Coach Note
- หากวัน Easy ยังรู้สึกเหนื่อย แปลว่าวันก่อนหน้าหนักเกินหรือพักไม่พอ
- ถ้าวันอังคารทำให้ขาหนักจนวันพฤหัสวิ่งเสีย ให้ลดความหนักหรือปริมาณเวทขาลง
- เป้าหมายของสัปดาห์ที่ 1 คือจบแล้วรู้สึกว่าคุมได้ และยังอยากซ้อมต่อในสัปดาห์ถัดไป
สัปดาห์ที่ 2
สัปดาห์ที่ 2 เป็นช่วงเริ่มกระตุ้นร่างกายมากขึ้นจากสัปดาห์แรก โดยยังคงโครงสร้างเดิม แต่เพิ่มระยะเวลาและจำนวนรอบบางส่วนเล็กน้อย เพื่อให้ร่างกายเริ่มปรับตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่ง ไม่กดดัน และยังคงมีวันพักเพื่อรองรับการฟื้นตัว
วันจันทร์ — Easy Run + Mobility
เป้าหมาย ฟื้นตัวจากสัปดาห์ก่อน และรักษาความสม่ำเสมอของการวิ่ง
Warm-up
- Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบา ๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
- ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
- ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อยระหว่างเตรียมตัว
Main set : Easy Run 50min
วิ่งแบบสบาย ๆ ต่อเนื่อง 50 นาที เพื่อเพิ่มความอึดโดยไม่สร้างความล้าเกินจำเป็น
- หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
- มีหอบเล็กน้อย เหงื่อออกตามปกติ
- ยังสามารถพูดเป็นประโยคยาว ๆ ได้
- รู้สึกว่าวิ่งได้เรื่อย ๆ ไม่กดดัน
กรณีมีนาฬิกาวัดชีพจร
- ควบคุม HR ประมาณ 125–140 bpm
- ไม่จำเป็นต้องแช่ตัวเลข
- โฟกัสให้สัมพันธ์กับลมหายใจ
Finisher : Stride 4 x 30–100m
วิ่งเร็วสั้น ๆ เพื่อคงความคล่องตัวของขา
- ทำทั้งหมด 4 ครั้ง
- เริ่มจากช้า แล้วค่อย ๆ เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย
- ลดความเร็วลงก่อนจบระยะทาง
- พักด้วยการเดินหรือวิ่งเหยาะ ๆ จนหายใจปกติ
วันอังคาร — วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น + เวทขา (Low DOMS)
เป้าหมาย เพิ่มความคมของความเร็ว โดยยังไม่ทำให้ขาล้าเกินไป
Warm-up
- วิ่ง Easy 10 นาที
- Drill ขาเบา ๆ เช่น high knee, butt kick
Main set : วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น 8 รอบ
เพิ่มจำนวนรอบจากสัปดาห์แรก เพื่อกระตุ้นระบบประสาทมากขึ้น
- วิ่งให้เร็วขึ้นจากปกติเป็นเวลา 30 วินาที
- เป็นความเร็วที่เหนื่อย แต่ยังควบคุมฟอร์มได้
- พักฟื้นด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 90–120 วินาที
- เริ่มรอบถัดไปเมื่อหายใจกลับมาใกล้ปกติ
หากรู้สึกว่าคุณภาพตกในรอบหลัง ให้ลดความเร็วลงเล็กน้อยเพื่อรักษาฟอร์ม
Strength Training (Lower Body) 20–25min
- เน้นท่าพื้นฐาน เช่น squat pattern, hip hinge และ core
- น้ำหนักระดับกลาง จำนวนครั้งไม่สูง
- คุมท่าทาง ไม่เล่นจนล้า
วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว
เป้าหมาย ให้ร่างกายได้ฟื้นตัวและดูดซับการฝึก
- พักเต็ม หรือ
- ทำ active recovery เบา ๆ เช่น เดินหรือปั่นจักรยาน 20–30 นาที
- ทำ mobility เพิ่มได้
วันพฤหัส — Steady Run
เป้าหมาย เพิ่มความอึดในระดับที่ต้องใช้สมาธิมากขึ้น
Warm-up
- วิ่ง Easy 10 นาที
Main set : Steady Run 25min
เพิ่มระยะเวลาการวิ่ง Steady จากสัปดาห์แรก
- หายใจแรงขึ้นกว่าวัน Easy
- พูดได้เป็นวลีสั้น ๆ
- ต้องโฟกัสกับจังหวะการวิ่ง
- ยังควบคุมฟอร์มได้ ไม่เร่งจนแตก
Cool-down
- วิ่ง Easy 10 นาที
- ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบา ๆ หลังจบ
วันศุกร์ — Easy Run + เวทช่วงบน
เป้าหมาย รักษาความต่อเนื่อง และเสริมความแข็งแรงโดยไม่กระทบการวิ่ง
Main set : Easy Run 40min
- วิ่งสบาย ๆ ต่อเนื่อง 40 นาที
- ยังสามารถพูดเป็นประโยคยาว ๆ ได้
- ไม่รู้สึกกดดันหรือเร่งรีบ
Strength Training (Upper + Core) 25min
- เน้นกล้ามเนื้อช่วงบนและแกนกลางลำตัว
- คุมท่าทางและความต่อเนื่อง
- ไม่เล่นจนล้า
วันเสาร์ — Long Easy Run
เป้าหมาย เพิ่มความอึดจากสัปดาห์แรกอย่างค่อยเป็นค่อยไป
Main set : Long Easy Run 60min
- วิ่ง Easy ต่อเนื่อง 60 นาที
- ใช้ความเร็วช้าที่สุดในสัปดาห์
- เน้นความสบายและความต่อเนื่อง
- หากเริ่มพูดไม่ออกหรือหายใจเร็ว ให้ชะลอทันที
วันอาทิตย์ — พัก
- พักเต็ม
- ไม่จำเป็นต้องซ้อมเสริม
Coach Note
- สัปดาห์นี้ควรรู้สึกว่าร่างกายเริ่มคุ้นกับปริมาณการซ้อมมากขึ้น
- หากรู้สึกล้าสะสม ให้ลดความเร็วในวัน Easy ลง
- เป้าหมายคือซ้อมครบทุกวันตามแผน โดยยังรู้สึกว่าคุมตัวเองได้
สัปดาห์ที่ 3
สัปดาห์ที่ 3 เป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มรับโหลดได้ดีขึ้น จึงเริ่มใส่การซ้อมแบบ Tempo อย่างจริงจังมากขึ้น เพื่อพัฒนาความอึดในความเร็วที่สูงขึ้น แต่ยังคงรักษาสมดุลระหว่างวันหนัก วันเบา และวันพัก เพื่อไม่ให้เกิดความล้าสะสม
วันจันทร์ — Easy Run + Mobility
เป้าหมาย ฟื้นตัวจากสัปดาห์ก่อน และเตรียมร่างกายสำหรับวันคุณภาพ
Warm-up
- Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบา ๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
- ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
- ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อยระหว่างเตรียมตัว
Main set : Easy Run 45–50min
วิ่งแบบสบาย ๆ ต่อเนื่อง เพื่อให้ร่างกายฟื้นตัวโดยไม่สะสมความล้า
- หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
- พูดเป็นประโยคยาว ๆ ได้
- รู้สึกว่าวิ่งได้เรื่อย ๆ ไม่กดดัน
Finisher : Stride 4 x 30–100m
- วิ่งเร็วสั้น ๆ 4 ครั้ง เพื่อคงความคล่องตัวของขา
- เริ่มจากช้า และเพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย
- ลดความเร็วลงก่อนจบระยะทางทุกครั้ง
วันอังคาร — วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น + เวทขา (Low DOMS)
เป้าหมาย กระตุ้นระบบประสาทและความเร็ว โดยยังไม่ทำให้ขาล้าหนัก
Warm-up
- วิ่ง Easy 10 นาที
- Drill ขาเบา ๆ เพื่อเปิดช่วงการเคลื่อนไหว
Main set : วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น 6 รอบ
เพิ่มระยะเวลาความเร็วต่อรอบจากสัปดาห์ก่อน
- วิ่งเร็วขึ้นจากปกติเป็นเวลา 45 วินาที
- เป็นความเร็วที่เหนื่อย แต่ยังควบคุมฟอร์มได้
- พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 90–120 วินาที
- เริ่มรอบถัดไปเมื่อหายใจกลับมาใกล้ปกติ
Strength Training (Lower Body) 20–25min
- เน้น squat pattern, hip hinge และ core
- น้ำหนักระดับกลาง คุมจำนวนครั้ง
- ไม่เล่นจนขาล้าหนัก
วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว
เป้าหมาย ให้ร่างกายดูดซับการฝึกและเริ่มเกิดการปรับตัว
- พักเต็ม หรือ
- Active recovery เบา ๆ 20–30 นาที
- ทำ mobility เพิ่มได้
วันพฤหัส — Tempo Run
เป้าหมาย พัฒนาความอึดในความเร็วที่สูงขึ้นอย่างมีการควบคุม
Warm-up
- วิ่ง Easy 10 นาที
Main set : Tempo Run 2 x 10min
วิ่ง Tempo เป็นช่วง ๆ เพื่อให้ร่างกายคุ้นกับความเร็วที่ทนได้
- วิ่ง Tempo 10 นาที
- พักด้วยการวิ่ง Easy หรือเดิน 3–4 นาที
- ทำซ้ำอีก 1 รอบ รวมทั้งหมด 2 รอบ
- ความรู้สึกควรอยู่ในระดับที่พูดแทบไม่ได้ แต่ยังคุมฟอร์มได้
Cool-down
- วิ่ง Easy 10 นาที
- ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบา ๆ
วันศุกร์ — Easy Run + เวทช่วงบน
เป้าหมาย รักษาความต่อเนื่อง และลดความตึงของช่วงล่าง
Main set : Easy Run 40min
- วิ่งสบาย ๆ ต่อเนื่อง 40 นาที
- ยังสามารถพูดเป็นประโยคยาวได้
Strength Training (Upper + Core) 25min
- เน้นช่วงบนและแกนกลางลำตัว
- ไม่กระทบขา
วันเสาร์ — Long Easy Run
เป้าหมาย เสริมความอึดและความมั่นใจในการวิ่งระยะยาว
Main set : Long Easy Run 65min
- วิ่ง Easy ต่อเนื่อง 65 นาที
- ใช้ความเร็วช้าที่สุดในสัปดาห์
- เน้นความต่อเนื่อง ไม่เร่ง
วันอาทิตย์ — พัก
- พักเต็ม
- ไม่จำเป็นต้องซ้อมเสริม
Coach Note
- สัปดาห์นี้เริ่มรู้สึกว่ามีวันซ้อมที่ท้าทายมากขึ้น
- หากวัน Tempo ทำให้ล้ามากเกิน ให้ลดความเร็วลงก่อน ไม่ต้องลดเวลา
- คุณภาพของการคุมตัวเองสำคัญกว่าการเร่งให้หนัก
สัปดาห์ที่ 4
สัปดาห์ที่ 4 เป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มปรับตัวกับโครงสร้างการซ้อมได้ดีขึ้น จึงเพิ่มความต่อเนื่องของการซ้อมคุณภาพให้ชัดเจนขึ้น แต่ยังต้องคุมปริมาณรวมและวันพักให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เกิดความล้าสะสมก่อนเข้าสู่ช่วงโหลดสูงในสัปดาห์ถัดไป
วันจันทร์ — Easy Run + Mobility
เป้าหมาย ฟื้นตัวจากสัปดาห์ก่อน และเตรียมร่างกายสำหรับสัปดาห์ที่มีความเข้มข้นมากขึ้น
Warm-up
- Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบา ๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
- ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
- ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อยระหว่างเตรียมตัว
Main set : Easy Run 50min
วิ่งแบบสบาย ๆ ต่อเนื่อง 50 นาที เพื่อฟื้นฟูระบบกล้ามเนื้อและหัวใจ
- หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
- พูดเป็นประโยคยาว ๆ ได้
- รู้สึกว่าวิ่งได้เรื่อย ๆ ไม่กดดัน
Finisher : Stride 4 x 30–100m
- วิ่งเร็วสั้น ๆ 4 ครั้ง เพื่อรักษาความคล่องตัวของขา
- เริ่มจากช้า แล้วเพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย
- ลดความเร็วลงก่อนจบระยะทางทุกครั้ง
วันอังคาร — วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น + เวทขา (Reduced Volume)
เป้าหมาย กระตุ้นความเร็วและระบบประสาท โดยลดปริมาณเวทเพื่อป้องกันความล้าสะสม
Warm-up
- วิ่ง Easy 10 นาที
- Drill ขาเบา ๆ เพื่อเปิดช่วงการเคลื่อนไหว
Main set : วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น 8 รอบ
- วิ่งเร็วขึ้นจากปกติเป็นเวลา 45 วินาที
- เป็นความเร็วที่เหนื่อย แต่ยังควบคุมฟอร์มได้
- พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 90–120 วินาที
- เริ่มรอบถัดไปเมื่อหายใจกลับมาใกล้ปกติ
Strength Training (Lower Body) 15–20min
- ลดจำนวนเซ็ตลงจากสัปดาห์ก่อน
- คงน้ำหนักในระดับกลาง
- เน้นคุมท่าทาง ไม่เล่นจนล้า
วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว
เป้าหมาย ให้ร่างกายฟื้นตัวและรองรับโหลดของช่วงกลางสัปดาห์
- พักเต็ม หรือ
- Active recovery เบา ๆ 20–30 นาที
- ทำ mobility เพิ่มได้
วันพฤหัส — Tempo Run
เป้าหมาย เพิ่มความต่อเนื่องของ Tempo เพื่อยกระดับความอึดในความเร็วที่สูงขึ้น
Warm-up
- วิ่ง Easy 10 นาที
Main set : Tempo Run 25min
วิ่ง Tempo ต่อเนื่อง โดยควบคุมจังหวะให้สม่ำเสมอ
- หายใจหนัก พูดแทบไม่ได้
- ยังควบคุมฟอร์มได้ ไม่เร่งจนแตก
- ควรรู้สึกว่าหนัก แต่ยังประคองได้จนจบ
Cool-down
- วิ่ง Easy 10 นาที
- ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบา ๆ
วันศุกร์ — Easy Run + เวทช่วงบน
เป้าหมาย ลดความตึงของขา และรักษาความสมดุลของร่างกาย
Main set : Easy Run 40min
- วิ่งสบาย ๆ ต่อเนื่อง 40 นาที
- ยังสามารถพูดเป็นประโยคยาว ๆ ได้
Strength Training (Upper + Core) 20–25min
- เน้นกล้ามเนื้อช่วงบนและแกนกลางลำตัว
- ไม่เพิ่มความหนักจากสัปดาห์ก่อน
วันเสาร์ — Long Easy Run
เป้าหมาย เสริมความอึดสูงสุดของช่วงฐาน ก่อนเข้าสู่สัปดาห์โหลดสูง
Main set : Long Easy Run 65–70min
- วิ่ง Easy ต่อเนื่อง 65–70 นาที
- ใช้ความเร็วช้าที่สุดในสัปดาห์
- เน้นความสบายและความต่อเนื่อง
วันอาทิตย์ — พัก
- พักเต็ม
- ไม่จำเป็นต้องซ้อมเสริม
Coach Note
- สัปดาห์นี้เป็นช่วงสะสมความแข็งแรงและความอึดอย่างชัดเจน
- หากรู้สึกล้าสะสม ให้ลดความเร็วในวัน Easy ลงก่อน ไม่ต้องตัดวันซ้อม
- การคุมจังหวะให้สม่ำเสมอสำคัญกว่าการเร่งให้หนัก
สัปดาห์ที่ 5
สัปดาห์ที่ 5 เป็นช่วงโหลดสูงสุดของโปรแกรม เน้นกระตุ้นการปรับตัวของร่างกายอย่างชัดเจน ทั้งด้านความเร็วและความอึด แต่ยังต้องคุมโครงสร้างการพักและวัน Easy ให้ดี เพื่อไม่ให้เกิดความล้าสะสมก่อนสัปดาห์สุดท้าย
วันจันทร์ — Easy Run + Mobility
เป้าหมาย ฟื้นตัวจากสัปดาห์ก่อน และเตรียมร่างกายสำหรับสัปดาห์ที่หนักที่สุด
Warm-up
- Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบา ๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
- ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
- ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อย
Main set : Easy Run 45–50min
วิ่งแบบสบาย ๆ เพื่อฟื้นฟูร่างกายและรักษาความสดของขา
- หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
- พูดเป็นประโยคยาว ๆ ได้
- ไม่รู้สึกกดดันหรือเร่ง
Finisher : Stride 4 x 30–100m
- วิ่งเร็วสั้น ๆ 4 ครั้ง เพื่อรักษาความคมของขา
- เริ่มจากช้า เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย
- ลดความเร็วลงก่อนจบระยะทาง
วันอังคาร — วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น + เวทขา (คงความหนัก ลดปริมาณ)
เป้าหมาย กระตุ้นความเร็วสูงสุดของสัปดาห์ โดยไม่ทำให้ขาล้าเกินจำเป็น
Warm-up
- วิ่ง Easy 10 นาที
- Drill ขาเบา ๆ เพื่อเตรียมระบบประสาท
Main set : วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น 6 รอบ
- วิ่งเร็วขึ้นจากปกติเป็นเวลา 60 วินาที
- เป็นความเร็วที่เหนื่อย พูดไม่ได้ แต่ยังคุมฟอร์มได้
- พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 120 วินาที
- เริ่มรอบถัดไปเมื่อหายใจกลับมาใกล้ปกติ
Strength Training (Lower Body) 15–20min
- คงน้ำหนักใกล้เคียงสัปดาห์ก่อน
- ลดจำนวนเซ็ตลง
- เน้นคุมท่าทาง ไม่เล่นจนล้า
วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว
เป้าหมาย เปิดโอกาสให้ร่างกายฟื้นตัวจากโหลดสูง
- พักเต็ม หรือ
- Active recovery เบา ๆ 20–30 นาที
- Mobility ตามความจำเป็น
วันพฤหัส — Tempo Run
เป้าหมาย ซ้อมคุณภาพหลักของสัปดาห์ เพื่อดันขีดจำกัดความอึดในความเร็วสูง
Warm-up
- วิ่ง Easy 10 นาที
Main set : Tempo Run 30min
วิ่ง Tempo ต่อเนื่องในระดับที่ท้าทายที่สุดของโปรแกรม
- หายใจหนัก พูดแทบไม่ได้
- ต้องโฟกัสกับจังหวะและท่าทาง
- ควรรู้สึกหนัก แต่ยังประคองได้จนจบ
Cool-down
- วิ่ง Easy 10 นาที
- ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบา ๆ
วันศุกร์ — Easy Run + เวทช่วงบน
เป้าหมาย ลดความล้าของช่วงล่าง และรักษาสมดุลของร่างกาย
Main set : Easy Run 35–40min
- วิ่งสบาย ๆ ต่อเนื่อง
- ยังพูดเป็นประโยคยาวได้
Strength Training (Upper + Core) 20–25min
- ไม่เพิ่มความหนัก
- เน้นความต่อเนื่องและการคุมท่าทาง
วันเสาร์ — Long Easy Run
เป้าหมาย รักษาความอึด โดยไม่เพิ่มความล้าก่อนสัปดาห์สุดท้าย
Main set : Long Easy Run 60min
- วิ่ง Easy ต่อเนื่อง 60 นาที
- ใช้ความเร็วช้าที่สุดในสัปดาห์
- จบแล้วไม่ควรรู้สึกล้าเกินไป
วันอาทิตย์ — พัก
- พักเต็ม
- โฟกัสการนอนและการฟื้นตัว
Coach Note
- สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่หนักที่สุด หากรู้สึกล้าเกินให้ลดความเร็ว ไม่ต้องลดวัน
- คุณภาพของ Tempo สำคัญกว่าความเร็วสูงสุด
- เป้าหมายคือจบสัปดาห์แล้วยังรู้สึกว่าคุมร่างกายได้
สัปดาห์ที่ 6
สัปดาห์ที่ 6 เป็นช่วงดูดซับการฝึกและทำให้ร่างกายสดขึ้น ลดปริมาณการซ้อมลง แต่ยังคงความคมของความเร็ว เพื่อให้ร่างกายพร้อมสำหรับการวิ่ง 5K ด้วยความรู้สึกมั่นใจ ไม่ล้า และควบคุมตัวเองได้ดี
วันจันทร์ — Easy Run + Mobility
เป้าหมาย ฟื้นตัว ลดความล้าสะสม และรักษาความสบายของร่างกาย
Warm-up
- Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบา ๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
- ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
- ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อย
Main set : Easy Run 40min
- วิ่งแบบสบาย ๆ ต่อเนื่อง 40 นาที
- หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
- พูดเป็นประโยคยาว ๆ ได้
- จบแล้วควรรู้สึกสด ไม่ล้า
Finisher : Stride 4 x 30–80m
- วิ่งเร็วสั้น ๆ เพื่อรักษาความคมของขา
- เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่เร่งสุด
- ลดความเร็วลงก่อนจบระยะทาง
วันอังคาร — วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น + เวทเบา
เป้าหมาย กระตุ้นระบบประสาทและความเร็ว โดยไม่สร้างความล้าเพิ่ม
Warm-up
- วิ่ง Easy 10 นาที
- Drill ขาเบา ๆ เพื่อปลุกการเคลื่อนไหว
Main set : วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น 4 รอบ
- วิ่งเร็วขึ้นจากปกติเป็นเวลา 30 วินาที
- เป็นความเร็วที่รู้สึกคม แต่ยังคุมฟอร์มได้
- พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 90–120 วินาที
- เน้นความรู้สึกสด ไม่ฝืน
Strength Training (Full Body เบา) 15–20min
- ใช้น้ำหนักเบา
- เน้นการเคลื่อนไหวและการคุมท่าทาง
- หลีกเลี่ยงการเล่นจนล้า
วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว
เป้าหมาย ให้ร่างกายดูดซับการฝึกอย่างเต็มที่
- พักเต็ม
- หรือเดินเบา ๆ และ mobility ตามความสบาย
วันพฤหัส — Tempo Run (สั้นและคม)
เป้าหมาย รักษาความรู้สึกของความเร็วเป้าหมาย โดยไม่สะสมความล้า
Warm-up
- วิ่ง Easy 10 นาที
Main set : Tempo Run 15–20min
- วิ่ง Tempo ในระดับที่คุมได้
- หายใจหนัก พูดแทบไม่ได้
- จบแล้วยังรู้สึกว่าอยากวิ่งต่อได้
Cool-down
- วิ่ง Easy 10 นาที
- ยืดเหยียดเบา ๆ
วันศุกร์ — Easy Run (สั้น)
เป้าหมาย กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และรักษาความสบายของขา
Main set : Easy Run 30–35min
- วิ่งสบาย ๆ ต่อเนื่อง
- ยังพูดเป็นประโยคยาวได้
- ไม่เร่ง ไม่กดดัน
วันเสาร์ — Shake-out Run
เป้าหมาย ปลุกร่างกายให้พร้อม โดยไม่สร้างความล้า
Main set : Easy Run 20–25min
- วิ่งเบามาก
- รู้สึกคล่อง สด และผ่อนคลาย
- หากรู้สึกตึง สามารถหยุดยืดเพิ่มได้
วันอาทิตย์ — วิ่ง 5K / หรือพัก
เป้าหมาย นำสิ่งที่ฝึกมาทั้งหมดไปใช้งานจริง หรือพักเพื่อฟื้นตัว
- หากมีวันทดสอบหรือวันแข่ง ให้วิ่ง 5K ด้วยความเร็วที่คุมได้
- ออกตัวไม่เร็วเกินในช่วงแรก
- ค่อย ๆ เพิ่มความเร็วเมื่อรู้สึกมั่นใจ
- หากไม่มีการทดสอบ สามารถเลือกพักเต็มได้
Coach Note
- สัปดาห์นี้ไม่ควรรู้สึกล้า หากล้าแปลว่าซ้อมหนักเกิน
- ความสดสำคัญกว่าปริมาณ
- เป้าหมายคือออกไปวิ่งด้วยความมั่นใจและควบคุมจังหวะได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
โปรแกรมฝึก 5K 6 สัปดาห์นี้ นักวิ่งจะได้อะไรบ้าง?
โปรแกรม 5k นี้ถูกออกแบบสำหรับนักวิ่งทั่วไปที่มีพื้นฐานอยู่แล้ว แต่ต้องการซ้อมอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยไม่กดดันตัวเองเข้าสู่การฝึกแบบแข่งขันจริงจัง ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ได้มีแค่ “วิ่งเร็วขึ้น” แต่รวมถึงความเข้าใจร่างกายและการซ้อมที่ยั่งยืน
- พัฒนาความอึดพื้นฐาน ทำให้วิ่งได้นานขึ้นโดยไม่ล้าเร็ว
- เพิ่มความเร็วที่ควบคุมได้ จากการฝึก Steady และ Tempo อย่างสม่ำเสมอ
- เรียนรู้การแยกวันซ้อมหนัก วันซ้อมเบา และวันพักอย่างชัดเจน
- ลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บที่มักเกิดจากการเร่งหรือซ้อมหนักติดกัน
- เข้าใจสัญญาณของร่างกาย เช่น ความล้า ความสด และขีดจำกัดของตัวเอง
- สร้างนิสัยการซ้อมที่สามารถนำไปต่อยอดได้หลังจบโปรแกรม
เมื่อจบ 6 สัปดาห์ นักวิ่งส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าการวิ่ง 5K ง่ายขึ้น คุมจังหวะได้ดีขึ้น และรู้ว่าควรเร่งหรือผ่อนตอนไหน โดยไม่ต้องพึ่งนาฬิกาหรือสูตรตายตัว
ถ้าระหว่างการฝึกซ้อมมีวันขาด หรือจำเป็นต้องหยุด ควรทำอย่างไร
โปรแกรมซ้อมวิ่ง 5k นี้ไม่ได้ออกแบบมาให้ “ต้องทำครบทุกวันแบบสมบูรณ์แบบ” แต่ออกแบบให้ปรับตัวได้ตามชีวิตจริง การขาดซ้อมบางวันไม่ใช่ความล้มเหลว สิ่งสำคัญคือการกลับมาอย่างเหมาะสม
กรณีที่ขาดซ้อม 1 วัน
- ไม่จำเป็นต้องเอาวันที่ขาดไปชดเชยในวันถัดไป
- ให้กลับมาทำตามแผนของวันถัดไปตามปกติ
- หลีกเลี่ยงการเอาวันซ้อมหนักสองวันมาต่อกัน
ตัวอย่าง หากพลาดวันวิ่งเร็ว ให้ข้ามไป และทำวันถัดไปตามแผนเดิม โดยไม่ต้องพยายามแทรกการวิ่งเร็วเพิ่ม
กรณีที่ขาดวันซ้อมหนัก เช่น Speed หรือ Tempo
- ไม่ต้องย้อนกลับไปทำย้อนหลัง
- ให้รักษาวัน Easy และวันพักตามโครงสร้างเดิม
- รอทำวันซ้อมหนักในสัปดาห์ถัดไปตามแผน
การพยายามชดเชยวันหนักมักทำให้ความล้าสะสมและเสี่ยงบาดเจ็บมากกว่าการข้ามไป
กรณีที่ไม่ได้วิ่งเพราะติดธุระ 3–4 วัน
- กลับมาวิ่งด้วย Easy Run ก่อนเสมอ
- ลดเวลาวิ่งลงประมาณ 10–20 นาทีจากที่เคยทำ
- งดการวิ่งเร็วหรือ Tempo อย่างน้อย 1–2 ครั้งแรก
เป้าหมายคือให้ร่างกายกลับมาคุ้นกับแรงกระแทกและจังหวะการวิ่งก่อน ไม่ใช่รีบกลับไปที่ความเร็วเดิม
กรณีป่วย หรือหยุดวิ่งมาแล้วประมาณ 7 วัน
กรณีนี้ถือว่าเป็นการพักที่ยาวพอสมควร ร่างกายจะเสียความต่อเนื่องบางส่วน แต่ไม่ได้หายไปทั้งหมด
- เริ่มต้นด้วย Easy Run สั้น ๆ 20–30 นาที
- โฟกัสความรู้สึกสบาย หายใจไม่ติดขัด
- หากรู้สึกปกติ ค่อยเพิ่มเวลาวิ่งในครั้งถัดไป
- เลื่อนวัน Speed และ Tempo ออกไปอย่างน้อย 1 สัปดาห์
หากกลับมาวิ่งแล้วรู้สึกอ่อนแรง เหนื่อยผิดปกติ หรือหัวใจเต้นแรงกว่าปกติ ให้ลดความเข้มข้นลงทันที และให้ความสำคัญกับการพักมากกว่าการเร่งตามแผน
หลักคิดสำคัญในการปรับโปรแกรมให้ยืดหยุ่น
- วัน Easy คือฐานสำคัญ หากต้องตัดอะไร ให้ตัดวันหนักก่อน
- ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบ
- การพักไม่ใช่การถอยหลัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา
- หากรู้สึกว่าร่างกายไม่พร้อม ให้เชื่อสัญญาณนั้น
ตารางวิ่ง 5k นี้จะได้ผลดีที่สุด เมื่อใช้เป็น “กรอบนำทาง” ไม่ใช่กฎตายตัว นักวิ่งที่พัฒนาได้ต่อเนื่องคือคนที่รู้จักปรับแผนให้เข้ากับร่างกายและชีวิตจริงของตัวเอง





