ตารางซ้อมวิ่ง 5K (8 สัปดาห์) สำหรับนักวิ่งทั่วไป

โปรแกรมฝึกซ้อมวิ่งระยะ 5km - Fun Run สำหรับกลุ่มนักวิ่งทั่วไป (ระยะเวลาการซ้อมโดยประมาณ 8 สัปดาห์ - 2 เดือน)

ช่วง 2 สัปดาห์แรกของโปรแกรม ซ้อมวิ่ง 5k 8 สัปดาห์นี้ เป็นการวางฐานและเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการเพิ่มความหลากหลายของการซ้อมในระยะถัดไป เน้นความสม่ำเสมอ การควบคุมความเหนื่อย และการแยกบทบาทของแต่ละวันซ้อมให้ชัดเจน เพื่อให้ร่างกายเริ่มปรับตัวได้อย่างปลอดภัย

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย ฟื้นตัว เปิดระบบร่างกาย และฝึกการคุมความสบายในการวิ่ง

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อยระหว่างเตรียมตัว

Main set : Easy Run 40–45min

วิ่งแบบสบายๆ ต่อเนื่อง เน้นความผ่อนคลายและความต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับวันซ้อมคุณภาพ

  • หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
  • มีหอบเล็กน้อย เหงื่อออกตามปกติ
  • ยังสามารถพูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
  • รู้สึกว่าวิ่งได้เรื่อยๆ ไม่กดดัน

Finisher : Stride 4 x 30–100m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ 4 ครั้ง
  • เริ่มจากความเร็วช้า แล้วค่อยๆ เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย
  • ลดความเร็วลงก่อนจบระยะทางทุกครั้ง
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งเหยาะๆ จนหายใจปกติ

วันอังคาร — Speed Work + เวทขา (Low DOMS)

เป้าหมาย เริ่มกระตุ้นความเร็วและระบบประสาท โดยยังไม่สร้างความล้าสะสม

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อเตรียมการเคลื่อนไหว

Main set : วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น 6 รอบ

  • วิ่งเร็วขึ้นจากปกติเป็นเวลา 30 วินาที
  • เป็นความเร็วที่เหนื่อย แต่ยังควบคุมฟอร์มได้
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 90–120 วินาที
  • เริ่มรอบถัดไปเมื่อหายใจกลับมาใกล้ปกติ

Strength Training (Lower Body) 20–25min

  • เน้นท่าพื้นฐาน เช่น squat pattern, hip hinge และ core
  • ใช้น้ำหนักระดับกลาง
  • ไม่เล่นจนขาล้าหนัก

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม หรือ
  • Active recovery เบาๆ เช่น เดินหรือปั่นจักรยาน 20–30 นาที
  • Mobility เพิ่มได้ตามความรู้สึก

วันพฤหัส — Steady Run

เป้าหมาย พัฒนาความอึดในจังหวะที่ต้องโฟกัสมากขึ้น

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที

Main set : Steady Run 20–25min

  • หายใจแรงขึ้นกว่าวัน Easy
  • พูดได้เป็นวลีสั้นๆ
  • ต้องโฟกัสกับจังหวะการวิ่ง
  • ยังควบคุมฟอร์มได้ ไม่เร่งจนแตก

Cool-down

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • ยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟูจริง)

เป้าหมาย ฟื้นฟูร่างกายหลังวันคุณภาพ

Main set : Easy Run 30–45min

  • วิ่งแบบสบายมาก ไม่สนความเร็ว
  • ยึดความรู้สึกผ่อนคลายเป็นหลัก
  • หากรู้สึกล้า ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

เป้าหมาย เพิ่มความอึดและความสม่ำเสมอ

Main set : Long Easy Run 55–60min

  • วิ่ง Easy ต่อเนื่อง
  • ใช้ความเร็วช้าที่สุดในสัปดาห์
  • เน้นความต่อเนื่องมากกว่าความเร็ว

วันอาทิตย์ — พัก

  • พักเต็ม
  • โฟกัสการนอนและการฟื้นตัว

Note สัปดาห์ที่ 1

  • วัน Easy 30–45 นาที เป็นวันฟื้นฟู ไม่ควรใช้รองเท้า Carbon เพราะเพิ่มแรงกระแทกและความตึงของกล้ามเนื้อโดยไม่จำเป็น
  • รองเท้า Carbon เหมาะกับวันที่ต้องการคุณภาพสูงในการฝึกซ้อม ไม่เหมาะกับวันที่ร่างกายเหนื่อยล้า
  • โฟกัสการคุมความสบายมากกว่าความเร็ว นั่นคือจังหวะการหายใจ และ สังเกตอาการต่างๆที่เกิดขึ้นขณะวิ่ง

สัปดาห์ที่ 2 ยังคงโครงสร้างเดิม แต่เพิ่มปริมาณเล็กน้อย เพื่อให้ร่างกายเริ่มเห็นพัฒนาการอย่างชัดเจนขึ้น

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

Main set : Easy Run 40–45min

  • รูปแบบเดียวกับสัปดาห์ที่ 1
  • เน้นความสบายและความสม่ำเสมอ

วันอังคาร — Speed Work + เวทขา

Main set : วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น 8 รอบ

  • วิ่งเร็ว 30 วินาที
  • พัก 90–120 วินาที
  • คุมฟอร์มให้คุณภาพเท่ากันทุกครั้ง (อยากเค้นตัวเองตั้งแต่รอบแรกๆ รักษาระดับไว้)

วันพฤหัส — Steady Run

Main set : Steady Run 25min

  • เพิ่มระยะจากสัปดาห์แรกเล็กน้อย
  • ยังคุมได้ ไม่เร่งเกิน

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟู)

Main set : Easy Run 30–45min

  • ยึดความสบายเป็นหลัก
  • หลีกเลี่ยงรองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

Main set : Long Easy Run 60min

  • เพิ่มเวลาเล็กน้อยจากสัปดาห์ที่ 1
  • ยังคงความสบายเป็นหลัก

Note สัปดาห์ที่ 2

  • หากเริ่มรู้สึกล้าสะสม ให้ลดความเร็วในวัน Easy ก่อน ไม่จำเป็นต้องตัดวันซ้อม
  • รองเท้า Carbon ควรใช้เฉพาะวันที่ร่างกายสดและเป็นวันคุณภาพ
  • เป้าหมายคือจบ 2 สัปดาห์แรกโดยรู้สึกว่าร่างกายรับโหลดได้ดี

ช่วงสัปดาห์ที่ 3–4 เป็นเฟสที่ร่างกายเริ่มปรับตัวกับโครงสร้างการซ้อมได้ดีขึ้น จึงเพิ่มความชัดเจนของวันคุณภาพ ทั้งด้านความเร็วและจังหวะ (Tempo) มากขึ้น แต่ยังคงยึดหลักความปลอดภัย ความสม่ำเสมอ และการฟื้นตัวเป็นศูนย์กลาง

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย ฟื้นตัวและเตรียมร่างกายก่อนวัน Speed Work

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อย

Main set : Easy Run 40–45min

วิ่งแบบสบายๆ ต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสดของขา

  • หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
  • รู้สึกผ่อนคลาย ไม่กดดัน

Finisher : Stride 4 x 30–100m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ 4 ครั้ง
  • เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่เร่งสุด
  • พักจนหายใจปกติก่อนเริ่มครั้งถัดไป

วันอังคาร — Speed Work + เวทขา (Low DOMS)

เป้าหมาย กระตุ้นระบบประสาทและความเร็วอย่างเป็นระบบ

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อเปิดช่วงการเคลื่อนไหว

Main set : วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น 6 รอบ

  • วิ่งเร็ว 45 วินาที
  • เป็นความเร็วที่เหนื่อย แต่ยังคุมฟอร์มได้
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 90–120 วินาที
  • เริ่มรอบถัดไปเมื่อหายใจกลับมาปกติ

Strength Training (Lower Body) 20–25min

  • เน้น squat pattern, hip hinge และ core
  • น้ำหนักระดับกลาง
  • ไม่เล่นจนขาล้า

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม หรือ
  • Active recovery เบาๆ 20–30 นาที
  • Mobility เพิ่มได้ตามความรู้สึก

วันพฤหัส — Tempo Run

เป้าหมาย พัฒนาความอึดในความเร็วที่สูงขึ้น

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที

Main set : Tempo Run 2 x 12min

  • วิ่ง Tempo 12 นาที
  • พัก Easy หรือเดิน 3–4 นาที
  • ทำซ้ำอีก 1 รอบ
  • หายใจหนัก พูดแทบไม่ได้ แต่ยังคุมฟอร์มได้

Cool-down

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • ยืดเหยียดเบาๆ

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟู)

เป้าหมาย ฟื้นฟูร่างกายหลังวันคุณภาพ

Main set : Easy Run 30–45min

  • ยึดความสบายเป็นหลัก
  • ไม่สนความเร็ว
  • หากรู้สึกล้า ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

เป้าหมาย เพิ่มความอึดและความต่อเนื่อง

Main set : Long Easy Run 60–65min

  • วิ่ง Easy ต่อเนื่อง
  • ใช้ความเร็วช้าที่สุดในสัปดาห์
  • เน้นความสม่ำเสมอ

วันอาทิตย์ — พัก

  • พักเต็ม

Note สัปดาห์ที่ 3

  • วัน Easy 30–45 นาที เป็นวันฟื้นฟู ไม่ควรใช้รองเท้า Carbon
  • รองเท้า Carbon เหมาะกับวัน Speed หรือ Tempo เมื่อร่างกายสด
  • หากรู้สึกล้า ให้ลดความเร็ว ไม่ต้องเพิ่มวันพัก

สัปดาห์นี้เพิ่มความต่อเนื่องของ Tempo และความคมของ Speed เพื่อยกระดับความพร้อมของร่างกาย

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

Main set : Easy Run 40–45min

  • รูปแบบเดียวกับสัปดาห์ที่ 3
  • เน้นความสบายและการฟื้นตัว

วันอังคาร — Speed Work + เวทขา

Main set : วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น 8 รอบ

  • วิ่งเร็ว 45 วินาที
  • พัก 90–120 วินาที
  • คุมฟอร์มให้คุณภาพใกล้เคียงกันทุกรอบ

วันพฤหัส — Tempo Run

Main set : Tempo Run 25min

  • วิ่ง Tempo ต่อเนื่อง
  • หนักแต่ควบคุมได้
  • ไม่เร่งจนแตก

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟู)

Main set : Easy Run 30–45min

  • ยึดความสบายเป็นหลัก
  • หลีกเลี่ยงรองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

Main set : Long Easy Run 65–70min

  • เพิ่มเวลาจากสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย
  • ยังคงความสบาย

Note สัปดาห์ที่ 4

  • ปริมาณเริ่มสูงขึ้น หากรู้สึกล้าสะสมให้ลดความเร็วในวัน Easy
  • ไม่จำเป็นต้องเพิ่มวัน Speed หากพลาดวันใดวันหนึ่ง
  • เป้าหมายคือจบสัปดาห์นี้โดยยังรู้สึกควบคุมร่างกายได้ดี

ช่วงสัปดาห์ที่ 5–6 เป็นเฟสที่ร่างกายเริ่มรับโหลดได้ชัดเจน จึงเพิ่มความท้าทายของวันคุณภาพให้มากขึ้น ทั้งด้านความเร็วและความต่อเนื่อง แต่ยังต้องคุมวัน Easy ให้ทำหน้าที่ฟื้นฟูอย่างแท้จริง เพื่อไม่ให้เกิดความล้าสะสมเกินจำเป็น

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย ฟื้นตัวและเตรียมร่างกายก่อนวัน Speed ที่เข้มข้นขึ้น

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อย

Main set : Easy Run 40–45min

  • วิ่งแบบสบายๆ ต่อเนื่อง
  • หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
  • เน้นความผ่อนคลาย ไม่เร่ง

Finisher : Stride 4 x 30–100m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ เพื่อรักษาความคมของขา
  • เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่เร่งสุด
  • พักจนหายใจกลับมาปกติก่อนเริ่มครั้งถัดไป

วันอังคาร — Speed Work + เวทขา (คุณภาพสูง)

เป้าหมาย กระตุ้นความเร็วและระบบประสาทในระดับที่ท้าทายขึ้น

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อเตรียมความพร้อม

Main set : วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น 8 รอบ

  • วิ่งเร็ว 60 วินาที
  • เป็นความเร็วที่เหนื่อย พูดไม่ได้ แต่ยังคุมฟอร์มได้
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 120 วินาที
  • คุณภาพของแต่ละรอบควรใกล้เคียงกัน

Strength Training (Lower Body) 15–20min

  • คงน้ำหนักระดับกลาง
  • ลดจำนวนเซ็ตเพื่อไม่ให้ล้าเกิน
  • เน้นคุมท่าทางมากกว่าปริมาณ

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม หรือ
  • Active recovery เบาๆ 20–30 นาที
  • Mobility ตามความจำเป็น

วันพฤหัส — Tempo Run

เป้าหมาย ดันขีดจำกัดความอึดในความเร็วที่สูงขึ้น

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที

Main set : Tempo Run 30min

  • วิ่ง Tempo ต่อเนื่อง
  • หายใจหนัก พูดแทบไม่ได้
  • ยังควบคุมฟอร์มได้ ไม่เร่งจนแตก

Cool-down

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • ยืดเหยียดเบาๆ

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟูจริง)

เป้าหมาย ฟื้นฟูร่างกายหลังวันหนัก

Main set : Easy Run 30–45min

  • ยึดความสบายเป็นหลัก
  • ไม่สนความเร็ว
  • หากรู้สึกล้า ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

เป้าหมาย รักษาความอึดและความสม่ำเสมอ

Main set : Long Easy Run 65–70min

  • วิ่ง Easy ต่อเนื่อง
  • ใช้ความเร็วช้าที่สุดในสัปดาห์
  • จบแล้วไม่ควรรู้สึกล้าเกินไป

วันอาทิตย์ — พัก

  • พักเต็ม

Note สัปดาห์ที่ 5

  • วัน Easy 30–45 นาที เป็นวันฟื้นฟู ไม่เหมาะกับการใช้รองเท้า Carbon เพราะเพิ่มแรงตึงของกล้ามเนื้อโดยไม่จำเป็น
  • รองเท้า Carbon ควรใช้เฉพาะวัน Speed หรือ Tempo เมื่อร่างกายสด
  • หากเริ่มรู้สึกล้าสะสม ให้ลดความเร็วในวัน Easy ก่อน ไม่ต้องเพิ่มวันพัก

สัปดาห์ที่ 6 ยังคงความเข้มข้นใกล้เคียงสัปดาห์ที่ 5 แต่เริ่มเน้นความคงเส้นคงวาและการคุมคุณภาพมากกว่าการเพิ่มปริมาณ

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

Main set : Easy Run 40–45min

  • รูปแบบเดียวกับสัปดาห์ที่ 5
  • เน้นความสบายและการฟื้นตัว

วันอังคาร — Speed Work + เวทขา

Main set : วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น 6 รอบ

  • วิ่งเร็ว 60 วินาที
  • พัก 120 วินาที
  • ลดจำนวนรอบเพื่อคุมความล้า

วันพฤหัส — Tempo Run

Main set : Tempo Run 25–30min

  • รักษาความเร็วให้นิ่ง
  • ไม่จำเป็นต้องเร็วกว่าเดิม

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟู)

Main set : Easy Run 30–45min

  • ยึดความสบายเป็นหลัก
  • หลีกเลี่ยงรองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

Main set : Long Easy Run 65min

  • คงเวลา ไม่เพิ่ม
  • โฟกัสความต่อเนื่อง

Note สัปดาห์ที่ 6

  • หากรู้สึกล้า ให้ลดความเร็วในวัน Speed ไม่ต้องเพิ่มปริมาณ
  • การคุมคุณภาพสำคัญกว่าการเพิ่มความหนัก
  • เป้าหมายคือจบสัปดาห์นี้โดยยังรู้สึกควบคุมร่างกายได้ดี

ช่วงสัปดาห์ที่ 7–8 เป็นเฟสสุดท้ายของโปรแกรม เน้นการ “ดูดซับการฝึก” และทำให้ร่างกายสดขึ้น ลดปริมาณลง แต่ยังคงความคมของความเร็วและจังหวะ เพื่อให้นักวิ่งรู้สึกมั่นใจ คุมความเหนื่อยได้ดี และพร้อมนำศักยภาพที่พัฒนามาไปใช้งานจริง

สัปดาห์ที่ 7

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

เป้าหมาย ฟื้นตัว ลดความล้าสะสม และรักษาความสบายของขา

Warm-up

  • Mobility และยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ เช่น ข้อเท้า สะโพก หลังล่าง
  • ใช้เวลาประมาณ 8–10 นาที
  • ดื่มน้ำเล็กน้อย และจิบเกลือแร่เล็กน้อย

Main set : Easy Run 40–45min

  • วิ่งแบบสบายๆ ต่อเนื่อง
  • หายใจทางจมูกได้เป็นส่วนใหญ่
  • พูดเป็นประโยคยาวๆ ได้
  • จบแล้วควรรู้สึกสด ไม่ล้า

Finisher : Stride 4 x 30–80m

  • วิ่งเร็วสั้นๆ เพื่อรักษาความคมของขา
  • เพิ่มความเร็วขึ้นเล็กน้อย ไม่เร่งสุด
  • พักจนหายใจกลับมาปกติก่อนเริ่มครั้งถัดไป

วันอังคาร — Speed Work + เวทขา (ลดปริมาณ)

เป้าหมาย รักษาความเร็วและระบบประสาท โดยไม่สร้างความล้าเพิ่ม

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • Drill ขาเบาๆ เพื่อปลุกการเคลื่อนไหว

Main set : วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น 4–6 รอบ

  • วิ่งเร็ว 45–60 วินาที
  • เป็นความเร็วที่คม แต่ยังคุมฟอร์มได้
  • พักด้วยการเดินหรือวิ่งช้า 120 วินาที
  • หยุดทันทีหากรู้สึกว่าฟอร์มเริ่มเสีย

Strength Training (Lower Body) 10–15min

  • ลดน้ำหนักและจำนวนเซ็ตลง
  • เน้นการเคลื่อนไหวและการคุมท่าทาง
  • ไม่เล่นจนล้า

วันพุธ — พัก / ฟื้นตัว

  • พักเต็ม หรือ
  • Active recovery เบาๆ 20–30 นาที
  • Mobility ตามความสบาย

วันพฤหัส — Tempo Run (คุมจังหวะ)

เป้าหมาย รักษาความรู้สึกของ Tempo โดยไม่สะสมความล้า

Warm-up

  • วิ่ง Easy 10 นาที

Main set : Tempo Run 20–25min

  • วิ่ง Tempo ในระดับที่คุมได้
  • หายใจหนัก พูดแทบไม่ได้
  • จบแล้วยังรู้สึกว่าสามารถวิ่งต่อได้

Cool-down

  • วิ่ง Easy 10 นาที
  • ยืดเหยียดเบาๆ

วันศุกร์ — Easy Run (ฟื้นฟู)

เป้าหมาย ฟื้นฟูร่างกายให้สดสำหรับช่วงท้ายสัปดาห์

Main set : Easy Run 30–45min

  • ยึดความสบายเป็นหลัก
  • ไม่สนความเร็ว
  • ไม่แนะนำให้ใช้รองเท้า Carbon

วันเสาร์ — Long Easy Run

เป้าหมาย รักษาความอึด โดยไม่เพิ่มความล้า

Main set : Long Easy Run 55–60min

  • ลดเวลาลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน
  • ยังคงความสบายและความต่อเนื่อง

วันอาทิตย์ — พัก

  • พักเต็ม

Note สัปดาห์ที่ 7

  • ปริมาณเริ่มลดลง หากยังรู้สึกล้า แปลว่าช่วงก่อนหน้าโหลดสูงเกินไป
  • วัน Easy 30–45 นาที เป็นวันฟื้นฟู ไม่เหมาะกับรองเท้า Carbon
  • โฟกัสความรู้สึกสด มากกว่าความเร็ว

สัปดาห์สุดท้าย เน้นความสด ความมั่นใจ และการควบคุมจังหวะ เพื่อนำศักยภาพที่พัฒนามาไปใช้งานจริง

วันจันทร์ — Easy Run + Mobility

Main set : Easy Run 35–40min

  • วิ่งสบายมาก
  • หายใจโล่ง ผ่อนคลาย
  • จบแล้วรู้สึกเบาและสด

วันอังคาร — Speed Tune-up

เป้าหมาย ปลุกความคมของความเร็วโดยไม่สร้างความล้า

Main set : วิ่งเร่งความเร็วช่วงสั้น 3–4 รอบ

  • วิ่งเร็ว 30–45 วินาที
  • พัก 120 วินาที
  • เน้นความรู้สึกคม ไม่ฝืน

วันพฤหัส — Tempo Short

เป้าหมาย รักษาความรู้สึกของจังหวะเป้าหมาย

Main set : Tempo Run 12–15min

  • วิ่ง Tempo สั้นๆ
  • คุมจังหวะ ไม่เร่ง
  • จบแล้วยังรู้สึกอยากวิ่งต่อ

วันศุกร์ — Easy Run (สั้น)

Main set : Easy Run 25–30min

  • วิ่งเบามาก
  • โฟกัสความผ่อนคลาย

วันเสาร์ — Shake-out Run

Main set : Easy Run 15–20min

  • วิ่งเบามาก
  • รู้สึกคล่อง สด และมั่นใจ

วันอาทิตย์ — วิ่ง 5K / หรือพัก

เป้าหมาย นำผลลัพธ์จากการฝึกไปใช้งานจริง

  • ออกตัวช่วงแรกแบบคุมตัวเอง
  • ค่อยๆ เพิ่มความเร็วเมื่อรู้สึกมั่นใจ
  • หากไม่มีวันทดสอบ สามารถเลือกพักเต็มได้

Note สัปดาห์ที่ 8

  • สัปดาห์นี้ความสดสำคัญกว่าปริมาณ
  • ไม่จำเป็นต้องใช้รองเท้า Carbon ในวัน Easy และวันล้า
  • เป้าหมายคือออกไปวิ่งด้วยความมั่นใจและควบคุมจังหวะได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

โปรแกรมฝึก 5K (8 สัปดาห์นี้) นักวิ่งจะได้อะไรบ้าง?

โปรแกรมฝึก 5K ระยะเวลา 8 สัปดาห์นี้ ถูกออกแบบสำหรับนักวิ่งทั่วไปที่ต้องการเห็นพัฒนาการชัดเจนขึ้น ทั้งด้านความเร็ว ความอึด และการควบคุมความเหนื่อย โดยยังคงความปลอดภัยเป็นหลัก โครงสร้างการซ้อมจะช่วยให้นักวิ่งเข้าใจบทบาทของแต่ละวันอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นวัน Easy วัน Speed หรือวัน Tempo ซึ่งเป็นหัวใจของ โปรแกรมซ้อมวิ่ง 5k ที่สามารถนำไปใช้ต่อยอดได้ในระยะยาว

  • วิ่งได้สม่ำเสมอมากขึ้น โดยไม่รู้สึกล้าสะสมง่ายเหมือนการซ้อมแบบเดาสุ่ม
  • พัฒนาความเร็วที่ควบคุมได้ จากการฝึก Speed และ Tempo อย่างเป็นระบบ
  • เพิ่มความอึดและความต่อเนื่อง ทำให้ระยะ 5K รู้สึกง่ายขึ้นกว่าเดิม
  • เข้าใจความแตกต่างของวันซ้อมหนัก วันซ้อมเบา และวันฟื้นฟู
  • เรียนรู้การฟังสัญญาณร่างกาย และปรับความหนักได้ด้วยตัวเอง
  • ลดความเสี่ยงการบาดเจ็บจากการซ้อมหนักติดกันหรือพักไม่เพียงพอ

เมื่อจบครบ 8 สัปดาห์ นักวิ่งส่วนใหญ่จะรู้สึกว่าตัวเอง “คุมเกมได้ดีขึ้น” ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการออกตัว การรักษาความเร็วกลางทาง หรือการเร่งในช่วงท้าย โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งตัวเลขความเร็วตลอดเวลา

ถ้าระหว่างการฝึกซ้อมมีวันขาด หรือจำเป็นต้องหยุด ควรทำอย่างไร

โปรแกรม 5km นี้ไม่ได้ออกแบบมาให้ต้องซ้อมครบทุกวันแบบสมบูรณ์แบบ แต่ถูกสร้างมาเพื่อใช้งานในชีวิตจริง การขาดซ้อมบางวันไม่ใช่เรื่องผิด สิ่งสำคัญคือการกลับมาอย่างเหมาะสมโดยไม่ทำลายโครงสร้างของโปรแกรม

กรณีที่ขาดซ้อม 1 วัน

  • ไม่จำเป็นต้องนำวันซ้อมที่ขาดไปชดเชยในวันถัดไป
  • ให้กลับมาซ้อมตามแผนของวันถัดไปตามปกติ
  • หลีกเลี่ยงการนำวันซ้อมหนักมาซ้อนกัน

ตัวอย่าง หากพลาดวัน Speed ให้ข้ามไป และทำวัน Easy หรือวันถัดไปตามแผนเดิม

กรณีที่ขาดวันซ้อมหนัก เช่น Speed หรือ Tempo

  • ไม่ต้องย้อนกลับไปทำย้อนหลัง
  • รักษาวัน Easy และวันพักให้ครบตามโครงสร้าง
  • รอทำวันซ้อมหนักในสัปดาห์ถัดไปตามแผน

การพยายามชดเชยวันหนักมักทำให้ความล้าสะสมมากกว่าผลดีที่ได้

กรณีที่ไม่ได้วิ่งเพราะติดธุระ 3–4 วัน

  • เริ่มกลับมาด้วย Easy Run ก่อนเสมอ
  • ลดเวลาวิ่งลงประมาณ 10–20 นาทีจากที่เคยทำ
  • งด Speed และ Tempo อย่างน้อย 1–2 ครั้งแรก

เป้าหมายคือให้ร่างกายกลับมาคุ้นกับแรงกระแทกและจังหวะการวิ่ง ไม่ใช่รีบกลับไปที่ความเร็วเดิม

กรณีป่วย หรือหยุดวิ่งมาแล้วประมาณ 7 วัน

  • เริ่มด้วย Easy Run สั้น ๆ 20–30 นาที
  • โฟกัสความสบายและการหายใจที่เป็นธรรมชาติ
  • หากรู้สึกปกติ ค่อยเพิ่มเวลาวิ่งในครั้งถัดไป
  • เลื่อนวัน Speed และ Tempo ออกไปอย่างน้อย 1 สัปดาห์

หากกลับมาวิ่งแล้วรู้สึกเหนื่อยผิดปกติหรือหัวใจเต้นแรงกว่าปกติ ควรลดความเข้มข้นลงทันทีและให้ความสำคัญกับการพัก

หลักคิดสำคัญในการปรับโปรแกรมให้ยืดหยุ่น

  • วัน Easy คือฐานสำคัญ หากต้องตัดอะไร ให้ตัดวันหนักก่อน
  • ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความสมบูรณ์แบบของตาราง
  • การพักคือส่วนหนึ่งของการพัฒนา ไม่ใช่การถอยหลัง
  • หากร่างกายไม่พร้อม ให้เชื่อสัญญาณนั้นเสมอ

โปรแกรมฝึกนี้จะได้ผลดีที่สุดเมื่อใช้เป็นกรอบนำทาง ไม่ใช่กฎตายตัว นักวิ่งที่พัฒนาได้ต่อเนื่องคือคนที่รู้จักปรับแผนให้เข้ากับร่างกายและชีวิตจริงของตัวเอง

สมัครรับจดหมายข่าวของเราเพื่อรับข้อมูลอัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับ OTC Running Team

Loading...
Scroll to Top